แฟนนางงามจับผิดชุดประจำชาติลาว เวทีมิสยูนิเวิร์ส ลอยกระทงเป็นของคนไทย !?

 

แฟนนางงามวิจารณ์สนั่น ! ชุดประจำชาติสาวลาว บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2017 ถาม..ประเพณีลอยกระทงเป็นของคนไทยไม่ใช่หรือ ?! ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017  ในรอบชุดประจำชาติ (19 พฤศจิกายน 2560) ที่สาวไทยอย่าง มารีญา พูลเลิศลาภ ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง พรีเซ็นต์ชุดประจำชาติอย่าง “เมขลาล่อแก้ว” ออกมาได้อย่างสง่างาม ได้รับเสียงปรบมือและกระแสชื่นชมในวงกว้างนั้น

 แต่ก็ไม่วายมีประเด็นดราม่า กับกรณีชาวเน็ตไทยที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชุดประจำชาติของ นุ้ย สุพาพอน สมวิจิด ตัวแทนสาวงามจาก สปป.ลาว ที่มาในชุดคล้ายประเพณีลอยกระทง จนกลายเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ว่าประเพณีนี้เป็นของไทย ไม่ใช่ของลาวหรือไม่นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (20 พฤศจิกายน 2560) มีรายงานเกี่ยวเรื่องนี้ว่า ประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นประเพณีที่มีอยู่ในภูมิภาคอาเซียนอยู่ก่อนแล้ว ไทยกับลาวก็เป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องกัน ก็อาจจะมีการซึมซับในเรื่องของวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน

 

 

ที่มา :  เรื่องเล่าเช้านี้

 

 

สวยสุดประณีต 6 นศ.จีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม

สวยสุดประณีต 6 นศ.จีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม

   นักศึกษาชาวจีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม อัตราส่วน 1:1,000 บนแผ่นไม้ขนาด 1.8 เมตร ประณีตละเอียดอ่อนราวกับจับย้ายของจริงมาย่อส่วนวาง สำนักข่าวประเทศรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มนักศึกษาจำนวน 6 คนของมหาวิทยาลัยชนชาติต้าเหลียน ได้สร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้ามหรือกู้กง (故宫) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ในอัตราส่วน 1:1,000 ของของจริง บนแผ่นไม้กระดานขนาด 1.8 เมตร

โดยนักศึกษากลุ่มดังกล่าวใช้เวลาในการสร้าง 1 เดือน ซึ่งแบบจำลองนี้ครบสมบูรณ์และประณีตละเอียดอ่อนชวนน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างแต่ละบาน กระเบื้องหลังคาแต่ละแผ่น บันไดแต่ละขั้น ล้วนมองเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ พระราชวังต้องห้ามเป็นพระราชวังหลวงในสมัยช่วงกลางราชวงศ์หมิงจนกระทั่งสิ้นสุดราชวงศ์ชิง ใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปี มีอาณาเขตกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 720,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยพระตำหนักและห้องหับจำนวนมาก รวมทั้งยังมีหอสมุด สวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อมกัน คูวังและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตรล้อมรอบ

ส่วนชื่อพระราชวังต้องห้ามนั้นถอดความมาจากภาษาจีนว่า จื่อจิ้นเฉิง (紫禁城) ซึ่งแปลว่า เมืองต้องห้ามสีเลือดหมู ด้วยเหตุที่ว่าพระราชวังแห่งนี้ห้ามสามัญชนบุคคลภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด และสีเลือดหมูนั้นเป็นสีของพระตำหนักภายในพระราชวัง เมื่อปี 2530 ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามเป็นมรดกโลก โดยขึ้นทะเบียนร่วมกันกับพระราชวังเสิ่นหยาง นอกจากนี้พระราชวังต้องห้ามยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

ที่มา : sanook

ขอช่วยดูแล..สันติ ภิรมย์ภักดี ควักให้ บิณฑ์ ครึ่งแสนต่อเดือน..ไว้ดูแลตัวเอง

    บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เผยเรื่องซึ้งใจ สันติ ภิรมย์ภักดี บิ๊กบอสสิงห์ ขอมอบเงินเดือนให้ 5 หมื่น ไว้ใช้ดูแลตัวเอง “ผมดูแลคนมากมาย แต่ไม่มีใครมาดูแลตัวผม ท่านจึงขอเข้ามาดูแลแทน..” บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาคอยช่วยเหลือคน ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยเรื่องราวสุดประทับใจ ถึง “สันติ ภิรมย์ภักดี” เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มสิงห์ หลังเจ้าตัวได้รับการติดต่อจากเลขาฯ ว่า นายสันติ ยินดีที่จะมอบเงินเดือนให้ตนไว้ใช้ดูแลตัวเองต่อเดือน เดือนละ 50,000 บาท โดยให้เหตุผลว่า ..ตนดูแลคนมากมาย แต่ไม่มีใครมาดูแลตน ท่านจึงขอเข้ามาดูแลแทน..

ทั้งนี้ หนุ่มบิณฑ์ ยังเผยอีกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากนายสันติ แต่ก่อนหน้านี้ ตนเองยังได้รับการช่วยเหลือในโครงการ “บ้าน สุขสุดท้าย” ในเรื่องข้าวสาร น้ำดื่ม ฯลฯ ตลอดมา เงินช่วยเหลือ 500,000 บาท เมื่อ 2 ปีีที่แล้ว และรถตู้สำหรับใช้ในการออกปฏิบัติงานด้วย

“กระผมซาบซึ้งใจมาก ๆ ครับ ที่ดูแลผมและดูแลสังคมมาตลอด..วันนี้ผมอยากให้เพื่อน ๆ ได้รู้ว่า ไม่ต้องเป็นห่วงผมแล้วครับ ท่าน สันติ ภิรมย์ภักดี จะเข้ามาดูแลผมแล้วครับ และผมต้องขอเรียนท่านว่า ผมขอขัดในวัตถุประสงค์ของท่านนะครับ คือเงินจำนวน 50,000 บาท ผมขอเอามาดูแลผู้ที่ถูกทอดทิ้ง ที่บ้าน “สุขสุดท้าย” นะครับ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวผมเดือนหนึ่งไม่กี่พันบาทครับ..”

 

 

 

 

ที่มา : บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

 

ดาวเสาร์ย้าย 2560 หมอช้างชี้ 2 ราศีนี้พ้นเคราะห์-ระวังดวงแรงทิ้งทวน

ดาวเสาร์ย้าย 2560 หมอช้าง ชี้ 2 ราศีพ้นเคราะห์ เตรียมรับสิ่งดี ๆ แต่ให้ระวังดวงแรงทิ้งทวน จะมีราศีใดบ้าง มาดูกันเลย หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เผยวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ดาวเสาร์จะย้ายออกจากดวง ส่งผลให้ 2 ราศีจะพ้นเคราะห์ หมดทุกข์ หมดโศก แต่ให้ระวังความแรงทิ้งทวน แนะให้อดทนเพราะสิ่งดี ๆ กำลังจะรออยู่ ซึ่งทั้ง 2 ราศีนี้จะมีราศีใดบ้าง และหมอช้างจะมีคำแนะนำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

 

ที่มา : หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา

 

หิมะถล่มบนยอดเขาเลนิน วิ่งหนีตายวุ่น

หิมะถล่มบนยอดเขาเลนิน วิ่งหนีตายวุ่น

   หิมะถล่มบนเทือกเขาเลนิน นักปีนเขา 8 ชีวิตวิ่งหนีตาย สุดท้ายถูกทับเต็มๆ โชคดีรอดชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศของรัสเซีย เผยแพร่คลิปนาทีระทึก เมื่อหิมะถล่มจากยอดเขาเลนิน ประเทศคีร์กีซสถาน และพุ่งลงมาหานักปีนเขา 8 คน ชาวสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ที่กำลังเดินขึ้นยอดเขาเลนินพอดี โดยพยายามวิ่งหนีตายสุดชีวิต แต่ไม่ทันและถูกหิมะถล่มทับจนฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง

ด้าน นายแม็กนัส ลินด์ควิสต์ เป็นคนถ่ายคลิป เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 60 ตนถ่ายคลิปมาจากแคมป์ปิ้ง ที่ระดับความสูง 5,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล แต่โชคดีที่นักปีนเขา 8 คน รอดชีวิต โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ มีแต่อุปกรณ์สูญหายเล็กน้อยเท่านั้น

 

ที่มา : sanook

สาวปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า มอบตัวแล้ว น้ำตาคลอขอยอมรับผิดทุกอย่าง

 

สาวปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า มอบตัวแล้ว น้ำตาคลอขอยอมรับผิดทุกอย่าง และจะไม่ทำอีก ส่วนความรับผิดชอบรออีกฝ่ายพูดออกมาอีกที จากกรณีที่มีลูกค้าปาขนมจีนน้ำเงี้ยวใส่แม่ค้า เนื่องจากไม่พอใจที่ได้ถุงเล็ก จนกลายเป็นกระแสโด่งดังในโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นางคำ ลุงต๊ะ แม่ค้าวัย 26 ปี ผู้เสียหาย เดินทางมาที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พร้อมกับใบรับรองแพทย์มาพบตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีต่อนางสาวนฤมล วัย 22 ปี คู่กรณี

 ด้านนางคำ เปิดเผยว่า ตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เสียไป 14,000 บาท อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังไม่สามารถทำงานได้ ต่อมาช่วงหัวค่ำ นางสาวนฤมล เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และยอมรับทุกข้อกล่าวหา เช่น ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นต้น

นอกจากนี้ นางสาวนฤมล กล่าวอีกว่า ยอมรับผิดทุกอย่าง ไม่มีข้อแก้ตัว ส่วนสาเหตุที่ปานั้น ขอไม่พูดออกมา ในเรื่องความรับผิดชอบ รอให้เขาพูดมาอีกที พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง และจะไม่ทำอีก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยมีปัญหากับคู่กรณีมาก่อนแต่อย่างใด

ที่มา : kapook

 

 

ย้อนความแรง แม่กุญแจซอล ไล่ด่าคนที่มาเตือน – เลือกเพศตัวเองให้ถูกก่อน ไม่เบาเลยค่ะ !

 

        ย้อนความแรงของคุณแม่มุกดา คุณแม่ของ กุญแจซอล ที่เคยโพสต์ตำหนิคนที่เข้ามาเตือน บอกเลี้ยงลูกมา 25 ปี แบบนี้ จะมายุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม ซ้ำวันแม่ยังโพสต์ ลูกบางคนก็มีดื้อบ้าง โอ้ว…แรงค่ะแรงบอกไว้ก่อน แม้ว่า กุญแจซอล ป่านทอทอง จะไม่ยอมพูดอะไรมากมายกับกรณีที่เจ้าตัวคลอดลูก แล้วทางครอบครัวสามีกีดกันครอบครัวของกุญแจซอล จนเกิดเป็นดราม่ารัว ๆ แรง ๆ และคนก็หันไปต่อว่ากุญแจซอลถล่มทลาย แต่สุดท้าย ชาวเน็ตก็ขุดเผือกกันรัว ๆ และพบว่าคุณแม่มุกดาเองก็เคยต่อว่ากุญแจซอล ทั้งบอกว่าลูกเลว สร้างภาพ วันเกิดมันเป็นวันตาย จนคุณแม่ต้องตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก

ล่าสุด (9 พฤศจิกายน 2560) ได้มีชาวเน็ตที่แคปภาพข้อความของคุณแม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ที่คุณแม่โพสต์ข้อความว่า “บางอย่างมันเป็นเรื่องในครอบครัว คนนอกไม่เกี่ยว” ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งบางอย่างในครอบครัว โดยเฉพาะกับกุญแจซอล แล้วมีคนเข้าไปว่ากล่าวจนคุณแม่ต้องออกมาตั้งสเตตัส นอกจากนี้ คุณแม่ยังเข้าไปคอมเมนต์ว่า “ใช่ค่ะ เราเลี้ยงลูกของเราแบบนี้มาตั้ง 25 ปี ยังไม่มีเรื่องเสียหาย จะมายุ่งเพื่อ”

 

จากนั้น คุณแม่ก็ตั้งสเตตัสใหม่ติด ๆ กันว่า “เราเลี้ยงลูกมา 25 ปี ยังไม่มีเรื่องเสียหาย กรุณาดูแลตัวเองและครอบครัวของตัวเองให้ดีเถอะ อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ที่สำคัญ เอาตัวเองให้รอดก่อน เลือกเพศตัวเองให้ถูกก่อนที่จะมาแนะนำคนอื่น รู้ยัง”

และเมื่อตามย้อนไปดูเฟซบุ๊กในช่วงวันแม่ในปีเดียวกัน ก็จะเห็นการตั้งสเตตัสวันแม่ ที่มีข้อสะกิดใจเบา ๆ เมื่อคุณแม่พูดว่า “แม่รู้สึกภูมิใจที่มีลูก ๆ ที่เป็นเด็กดี ถึงแม้บางคนจะมีดื้อบ้าง” ซึ่งไม่รู้ว่าคุณแม่ต้องการพูดถึงใครหรือไม่

ว่าแต่นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กุญแจซอล ตัดสินใจเดินออกจากบ้าน และไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายชายหรือไม่ ต้องตามกันต่อไปจ้า

 

ที่มา :  kapook

 

ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหารซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ


    

     ผู้ช่วยพยาบาลสาวเปิดใจ หลังถูกทหาร ที่เป็นแฟนเก่า ซ้อม-ข่มขืน ขู่ฆ่าให้หายสาบสูญ เลิกกันแล้วแต่ยังตามราวีไม่เลิก คุกคามไปที่ทำงาน-เพื่อน จากกรณีที่เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความจากสมาชิกเพจรายหนึ่งที่ระบุว่า เป็นผู้ช่วยพยาบาล และมีแฟนเก่าเป็นนายทหาร ถูกทำร้ายร่างกาย ยึดทรัพย์สิน เอกสารสำคัญ อีกทั้งยังข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย อีกทั้งยังใช้กำลังข่มขืน และถ่ายรูปเก้บไว้ ไม่แน่ใจว่ามีคลิปด้วยไหม และยังตามราวีไม่เลิกนั้น

 เกี่ยวกับเรื่องนี้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้สัมภาษณ์ แจง (นามสมมุติ) ผู้เสียหายดังกล่าว และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานรณณงค์ทวงคืนความเป็นธรรมในสังคม ถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว

         แจง :  หนูอายุ 25 ทำอาชีพผู้ช่วยพยาบาล หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่ง คบกันได้ซักพักเขาชวนหนูให้มาอยู่ด้วย เพิ่งมารู้ว่าเป็นทหาร ยศร้อยตรี อายุ 51 ยินยอมคบตอนนั้นอาจด้วยความอาจหลงหรือรักเลยไปอยู่กับเขาในค่ายทหาร พอไปอยู่ได้สักพักหนึ่ง ความคิดไม่ตรงกัน อายุมันก็ห่างกัน

– เขามีลูกมั้ย ?

         แจง : มีค่ะ มีลูก 3 คนแต่เลิกภรรยาแล้ว ลูกอยู่ในบ้านนี้ 1 คน ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่จะชอบใช้อารมณ์ หนูไม่ชอบที่เขาใช้อารมณ์ จนมาวันหนึ่งหนูไปรู้จักเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ซึงหนูอยู่กับคนนี้ หนูรู้สึกว่าหนูมีความสุข ความคิดเดียวกัน ไม่เคยมาด่าว่าเรา มันก็สบายใจกว่า เขาก็ไม่พอใจ เขารู้จากการที่เขาวิดีโอคอลมาแล้วหนูอยู่กับผู้ชายคนนี้ เขาไม่พอใจ ก็จบกันวันนั้นเลย

– แล้วมีปัญหาอะไร ?

         แจง :  พอมารุ่งเช้า เขานัดให้หนูไปเคลียร์เรื่องเงิน หนูคิดว่าเงินแค่5 หมื่นหนูสามารถเคลียร์ได้ เป็นเงินที่หนูยืมให้เพื่อนค่ะหนูก็ไปค่ะ พอเข้าไปก็เหมือนคุยกันเรื่องส่วนตัว แล้วมันไม่ได้ตามที่เขาต้องการ ก็ขอเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก เขาก็ถาม พอไม่ได้คำตอบที่เขาคิด เขาก็ตบที่หน้าเลยค่ะเยอะมาก เรียกว่าซ้อมค่ะ แต่ไม่เตะไม่ต่อย ก็ต้องสู้ค่ะตอนนั้นจนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาโทร. ไปด่าเพื่อนชายคนนั้น หนูเลยตะโกนว่าให้มาช่วยหน่อยหนูไม่ไหวแล้ว ประมาณ 5 นาทีได้ ผู้ชายคนนั้นก็มาช่วยในค่ายทหาร คือข้าง ๆ เป็นประตูเล็ก คนนอกเข้าได้ เป็นหอพักในค่ายทหาร คนเข้ามาได้ค่ะ เพื่อนชายเขารออยู่ข้างนอก เพราะเขากลัวเราไม่ปลอดภัย เขาเลยไปเป็นเพื่อน แล้วเราก็วิ่งออกมา ไม่มีการต่อสู้ เพื่อนชายหนูจะล็อกเขาให้หนูออกมา หนูก็ไปแจ้งความ ตร.บอกว่าเป็นแค่คดีของครอบครัว ให้หนูไปเคลียร์เขาก่อนมั้ย

         ทนาย : เป็นได้ คดีครอบครัว ถึงแม้ว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถเป็นได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งกฎหมายจะให้สิทธิ์สำหรับคดีอย่างนี้

– เขาไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้แต่งงาน ใช้คำว่าครอบครัวได้เหรอ ?

         ทนาย :  ได้ครับ เป็นแฟน มันมีกฎหมายคุ้มครองมา ไม่ต้องจดทะเบียนสมรส หรือแม้แต่กรณีการอ้างเหตุบันดาลโทสะ ยิงทิ้ง หรือไปเจอเป็นชู้กันอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสนะครับ ก็อยู่กินกันมา

– พอหนีออกมาได้ก็น่าจะจบ ?

         แจง :  ก็ไปแจ้งความ ตร.เขาให้มาเคลียร์กันก่อน ถ้าไม่ได้จริงให้หนูไปฟ้องผู้บังคับบัญชาเขา ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง หนูตัวคนเดียว หนูก็ปรึกษาเพื่อนทุกคนว่าหนูต้องทำยังไง เพื่อนก็บอกว่าให้ลองไปตามเพจนี้ดู จนวันศุกร์ค่ะ หนูมาทำงาน เขามาดักรอหนูที่รพ. เขาก็มาขอเคลียร์เรื่องเงินอีกรอบ ตอนนี้ส่งเรื่องที่เพจแหม่มโพธิ์ดำแล้ว เขาก็ขอเคลียร์เรื่องแยกทางกันอีกรอบ พอเคลียร์ไม่ได้เขาก็ตบหนูที่รพ. คนเห็นเยอะเลย ตรงนั้นเป็นโอพีดี

– มีกล้องวงจรปิดจับภาพ ?

         แจง :  น่าจะมีค่ะ แต่ยังไม่ได้ขอค่ะ เหตุการณ์เพิ่งเกิด

         ทนาย :  ทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่เรื่องใหญ่นะ สถานที่ราชการนะ

         แจง :  เข้าไปตบปุ๊บเขาก็ขู่ว่าเขาสามารถเอาหนูออกจากงานได้ ซึ่งงานกว่าหนูจะได้ ตอนนั้นหนูคิดว่าแค่ไม่ได้ เขาก็ลูบกระเป๋าว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เขามีปืนในกระเป๋าสะพาย เขาบอกว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่หนูคิด ถ้าไม่อยากตายในรพ. ก็ให้ไปกับเขา

         ทนาย :  พูดกลางห้องเลยเหรอ

         แจง :  พูดกลางห้องค่ะ แต่ไม่ได้เสียงดังมาก เขาบอกว่ามึงอย่าคิดนะว่ากูทำอะไรไม่ได้ กูทำอะไรได้มากกว่าที่มึงคิด ถ้ามึงไม่อยากตายกลางรพ.มึงก็ไปกับกู ไปคุยกับกูที่กรม หนูก็ต้องไป หนูต้องเอาชีวิตหนู

– ไปถึงแล้วเป็นยงไง ?
         แจง :  เขาก็เคลียร์เรื่องนี้ สรุปแยกทางกันอีกรอบ เขาบอกว่ารถเขาจะไม่คืน ถ้าจะไปก็ต้องไปแต่ตัววันแรกที่เข้าไปเคลียร์เขายึดทุกอย่างของหนูไปหมดเลย เขาบอกว่าให้หนูไปได้แต่ตัว วันนั้นมันเอาไม่ได้เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ให้ รถเป็นชื่อหนู จ่ายเอง ผ่อนเองหมดเลย ดาวน์เอง ไม่มีเงินเขาสักบาท

– นายทหารล่วงละเมิดทางเพศถ่ายคลิป ขู่จะฆ่าให้ตาย วันที่ 4 คืนวันเสาร์เขาพูดยังไง ?

         แจง :  ก็ดูข่าวน้องน้ำที่ฆ่าฝังศพ เขาบอกว่าถ้าหนูหนีเขาไปเขาจะไม่ฆ่าฝังศพอย่างนี้แน่นอน แต่เขาจะทำยังไงก็ได้ให้ศพหนูหายไปภายใน 7 วัน ซึ่งระบุมาว่าเขาจะเอาไปทิ้งในบ่อจระเข้ ตอนนั้นหนูก็รู้สึกระแวงว่าเขาจะฆ่าหนู เขาจะทำอะไรหนูก็ได้เพราะหนูอยู่กับเขา พอวันอาทิตย์หนูก็ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเพื่อให้รู้ว่าหนูไม่หนีไปจากเขาแน่นอน จนมาถึงวันจันทน์หนูก็ไปทำงานโดยขับมอเตอร์ไซค์ของเขาไปที่รพ. แล้ววันนั้นหนูมานั่งคิดว่าหนูอยู่อย่างนี้ไม่ได้ เพราะหนูต้องมานั่งระแวงตลอดเวลา หนูเลยตัดสินใจออกจากรพ. ไปปรึกษาที่สน. โดยนำใบแจ้งความไป ตอนั้นเขาไม่ได้ตามเขาคิดว่าหนูไปทำงาน เพราะเขามีคลิปอยู่ในมือ หนูต้องกลัวเขา สน.แนะนำให้ไปร้องเรียนที่ทำเนียบ สน.แจ้งว่าเป็นเรื่องของครอบครัว หนูไปอีกสน.หนึ่ง เขาบอกว่าถ้าอยากให้เรื่องเร็วลองไปร้องเรียนดู หนูก็ไปร้องค่ะ

– ตอนนี้มีผลอะไร ?

         แจง :  เจ้าหน้าที่แจ้งว่า 15-30 วันซึ่งหนูคิดว่ามันนานเกินไป ความปลอดภัยในชีวิตหนูตอนนี้ก็ไม่มีแล้วเพราะเขารู้แล้วว่าหนูออกจากเขามาแล้ว

– วันนี้จะทำยังไง เมื่อวานอยู่ยังไง ?

         แจง :  อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาก็โทร. แต่หนูบล็อกเบอร์ ตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยากได้รถคืนเพราะเป็นชื่อหนู หนูดาวน์ หนูผ่อน

– ทีมงานได้ติดต่อ เขาบอกว่าเขาไมรู้เรื่องนี้เลย เกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็บอกว่ารถถ้าจะมาเอาก็ให้มาเอา ?

         แจง :  ก่อนหน้านี้เขาพูดเลยว่าเขาไม่ให้ หนูไม่ทราบว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ไห้เพราะสะใจหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เขาปรึกษาลูกคนโต อายุ 32 บอกว่าไม่ให้ ถ้าให้มันก็หนีจากพ่อไป พ่อจะให้มันทำไม


– คุณทนายบ้าง จะทำยังไง ?

         ทนาย :  ฟังดูแปลกๆ คือเหมือนน้องมีบางอย่างที่ปิดบังไว้ ไม่รู้เรื่องอะไร ที่พูดมามีความจริงแค่ไหนบ้าง ต้องดูพยานหลักฐานด้วยนะ คุณไปตีกันในรพ. คิดว่ารพ.ยอมเหรอ ทำไมไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กันตอนนั้น

         แจง :  ตอนนั้นเขาเอาหนูไป หนูก็ไม่ได้ไปไหนอีกเลย

         ทนาย :  รพ.ไม่เอาเรื่องเหรอ

         แจง : ตรงนั้นมีแต่คนไข้ค่ะ

         ทนาย :  ทำไมรพ.ไม่เอาเรื่องในเมื่อมีคนไข้ พยาบาลก็ต้องเห็นสิ

         แจง :  หนูก็ไม่ทราบค่ะ

         ทนาย : เรื่องรถต้องบอกก่อนถ้าในเรื่องทรัพย์สิน ถ้าเป็นของเขา คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้นะ คุณเอาของเขาไปก็ต้องเอามาคืน ถ้าไม่มาคืนมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์แล้วแต่พฤติการณ์ ในคดีนี้ที่บอกว่าทำร้ายร่างกาย ถ้าทำร้ายรางกายจริง ผลตรวจร่างกายต้องมี

– แล้วมีมั้ย ?

         แจง : วันที่ต้องไปตรวจร่างกาย เขาไปตามหนูที่รพ. หนูไม่สามารถตรวจร่างกายได้ เพราะหนูไม่ได้ตรวจที่รพ.ที่หนูทำงาน หนูไปตรวจที่รพ.อีกรพ.หนึ่ง

– สรุปตรวจหรือไม่ตรวจ ?

         แจง : วันนั้นไม่ได้ตรวจค่ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้ตรวจเหมือนกัน

         ทนาย :ไม่ได้ไปตรวจร่างกายเลยว่าได้ไปทำร้ายจริงหรือเปล่า

         แจง :  แต่ได้ไปทำเรื่องแล้วค่ะ

         ทนาย : แต่ไม่เคยตรวจเลย มันก็ไม่รู้ว่าถูกทำร้ายจริงหรือเปล่าไง มันต้องมีการตรวจร่างกาย  ต้องมีหลักฐานพยานยืนยัน เราจะไปว่ากล่าวใคร ตามกฎหมายต้องมีหลักฐาน คุณถูกทำร้ายร่างกายจริงมั้ย ถูกข่มขืนจริงมั้ย มีร่องรอยการร่วมเพศจริงมั้ย  ผมว่าในประเด็นแบล็กเมล์และถ่ายคลิปเป็นเรื่องใหญ่นะ

– เรื่องเกิดวันเสาร์ วันนี้วันพุธ ไปตรวจวันนี้ทันมั้ย ?

         ทนาย :  ทัน

         แจง :  หลังจบรายการไปได้เลยค่ะ

– เรื่องรถนี่ยังไง ?

         ทนาย :  เรื่องรถต้องเอามาคืนเขาเพราะเป็นชื่อเขา ส่วนจะไปเอาเงินดาวน์อะไรจากใครไม่รู้ แต่ต้องเอามาคืนเขา ไม่คืนก็ติดคุกสิครับ ส่วนที่ลูกชายเขาพูดผมว่าฟังดูแปลก ๆ นะ ทำไมต้องพูดแบบนี้ แสดงว่าที่มาของรถคันนี้แปลก ๆ แล้ว

         แจง :  ไม่แปลกค่ะ เป็นเงินของหนูหมดทุกบาท หนูดาวน์เอง ผ่อนเองทุกงวด

– เขาอ้างได้มั้ยว่าไปจอดทิ้งไว้แล้วไปเอาเอง ?

         ทนาย :เขามีพยานบุคคล เพื่อนชายเขาก็ไป ไอ้ที่ไปล็อกคอวิ่งหนีออกมาไม่มีคนเห็นเลยเหรอ

         แจง :  มันเป็นแฟลตค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงทำงาน มันอาจจะมีกล้องตรงนั้นก็ได้

         ทนาย :ได้บอกตร.ให้ไปเอากล้องมั้ย

         แจง :  ตร.บอกหนูให้ไปบอกผู้บังคับบัญชาเขาก่อน

         ทนาย :ได้ติดต่อหรือยัง

         แจง :  หนูไม่ทราบว่าหนูต้องไปติดต่อยังไง หนูเลยยังไม่ได้ไปติดต่อ

         ทนาย :  เรื่องไม่ยอมคืนรถเรื่องเล็กกว่าข่มขืนอีกนะ ข่มขืนโทษหนักกว่านะ ถึงจะอยู่ด้วยกันก็จริง แต่สภาวะตอนนั้นจะเป็นแฟนมั้ยล่ะ ไปต่อยที่รพ.อย่างนี้

– ข้อกฎหมายบอกว่าสามีข่มขืนภรรยายังผิด ?

         ทนาย : ก็ผิดไงครับ อันนี้ไม่ใช่สามีภรรยา เป็นแฟน แล้วก่อนหน้าที่จะมีอะไรกัน มีการบังคับ พยานหลักฐานก็มี

– แบบนี้ดูในมุมทนาย คิดว่าไหวมั้ยถ้าวันนี้เขาจะมีข้ออ้าง ?

 ทนาย :  คดีทางเพศนี่ผู้หญิงได้เปรียบนะ ผู้ชายจะซวย ถ้าเป็นนายทหารจริง ๆ เผลอ ๆ เคสนี้ออกจากราชการนะครับ ผมเลยงงว่าทำไมไม่เอาทรัพย์สินมาคืนเขา จะได้จบ ๆ กันไป

– สุดท้ายจะเอายังไงต่อไป ?

         แจง : หนูอยากได้รถหนูคืน เพราะหนูต้องมานั่งผ่อน หนูลำบากเวลาต้องไปไหนต่อไหน หนูไม่อยากให้เขามาวุ่นวายชีวิตและคนรอบข้างหนู โทร.ไประรานเพื่อน หาเพื่อนตลอดเลย ตอนนี้เพื่อนเครียดมากเลย

 

     

ที่มา :  โหนกระแส

 

   

ฮือฮา เอมี่ กลิ่นประทุม ขอโชว์ความแซ่บท้าลมหนาว

ฮือฮา เอมี่ กลิ่นประทุม ขอโชว์ความแซ่บท้าลมหนาว

     เพราะแบบนี้หรือเปล่า เอมี่ กลิ่นประทุม ถึงยังไม่ยอมมีลูกสักที หลังจากแต่งงานกับสามี ซี ศิวัฒน์ มานาน เพราะส่องดูรูปร่างของเอมี่ยังสวยเป๊ะมากๆ แถมยังเป็นดาราที่หน้าเด็กมากด้วย และต้องบอกว่าเอมี่สวยซ่อนรูปจริงๆ  ล่าสุดกับทริปไปเที่ยวพักผ่อนซึ่งเอมี่เอ่ยปากว่าอยากขอแซ่บบ้าง กับภาพใส่บิกินี่สีดำนั่งและนอนโพสต์ในสระว่ายน้ำ โดยฝีมือการถ่ายรูปของสาวที่เซ็กซี่ไม่แพ้กันอย่างเอมมี่ มรกต“วันนี้ป้าอยากจะแซ่บ …#แก่แล้วให้ป้าบ้างเถอะ photo by @aimeemorakot #ช่างภาพน้องน้องใหญ่อมาตย์นะจ๊ะ”

รูปนี้ฮือฮามากมีแต่คนเข้ามาคอมเม้นท์ชมว่าเอมี่หุ่นดีมาก รวมถึงเพื่อนดาราหลายคนที่เข้ามาชมกันไม่ขาดสาย หุ่นเป๊ะอกเป็นอก เอวเป็นเอว สมกับเป็นสาวรักสุขภาพออกกำลังกายจริงๆ เอมี่ กลิ่นประทุม

 

ที่มา : sanook

 

เพจพลังใจถึงชายแดนใต้ ยอมใจ “ตูน” วิ่งผ่าน Red Zone

เพจพลังใจถึงชายแดนใต้ ยอมใจ “ตูน” วิ่งผ่าน Red Zone

      นอกจากจะได้รับเสียงชื่นชมในการออกวิ่งจากใต้สุดแดนสยาม ไปยังเหนือสุด อ.แม่สายเพื่อรับบริจาคเงิน จัดซื้อเครื่องมือให้โรงพยาบาล 11 แห่ง ยังมีเสียงยกย่องให้ความมุมานะของตูน บอดี้สแลม ตามมาด้วย เข้าสู่วันที่ 3 วันกับการวิ่งของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ศิลปินยอดนิยม ที่จัดโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดย 3 วันแรกนี้ ตูน บอดี้สแลม และทีมงาน ออกวิ่งจากป้ายใต้สุดแดนสยาม ที่อ.เบตง จ.ยะลา ลัดเลาะมาถึง อ.บันนังสตาแล้ว โดยหนึ่งในจุดที่ “ตูน” และคณะวิ่งผ่าน คือ บ้านตาเนาะ ปูเต๊ะ ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง

โดยเพจ “พลังใจถึงชายแดนใต้” ได้นำภาพขณะ ตูนและทีมงานวิ่งมาลงไว้พร้อมข้อความว่า “ตาเนาะปูเต๊ะ” ตำรวจ-ทหาร ตรึงกำลังตลอดทาง … ยอมใจพี่ตูนครับ ใครอยู่ในพื้นที่จะทราบกันดีว่า โซนตรงนี้ ขึ้นชื่อเลยว่า เป็น RED ZONE ที่อันตรายมากๆ โซนหนึ่งจากในอดีต แม้ปัจจุบัน จะเบาบางและลดระดับลงมามาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ฝากให้กำลังใจ ตูน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้อำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ซึ่งในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ส่งทหาร ตำรวจ มารักษาความปลอดในเส้นทางที่ตูนและคณะวิ่งผ่าน

ที่มา : sanook