เปิดที่มาเสื้อชั้นในที่ปกปิดความงามสาวจีนนับพันปี-ความงดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน!

 

วันที่ 29 พ.ย. เผยเรื่องราวของชุดชั้นในจีนโบราณ ที่เป็นที่มาของความงามที่ซ่อนอยู่ภายในของสาวจีนมาหลายร้อยปี รายงานระบุว่า เสื้อชั้นใน หรือ ตู้โตว เป็นผ้าที่ปกปิดความงามของสาวจีนโบราณไว้ภายใน แม้กระนั้นผู้ชายก็สามารถใส่ได้ เสื้อชั้นในแบบนี้ถูกเรียกว่าตู้โตวตั้งแต่ยุคราชวงศ์ชิง (2187-2454) เป็นผ้าที่ปิดบริเวณหน้าอก มี 4 สาย มัดกับแผ่นหลัง ตู้โตวมักจะมีสีแดง เป้นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ทำมาจากผ้าไหมหรือผ้าฝ้าย ปักรูปลวดลายต่างๆ เช่นสัตว์มงคล ดอกไม้ ต้นไม้

สำหรับตู้โตวบางชิ้นยังมีกระเป๋าเล็กๆ ไว้เก็บของมีค่า เช่นสร้อยหรือแหวน บางคนนำเครื่องเทศและสมุนไพรมาใส่ไว้ในตู้โตวเพื่อช่วยให้คนใส่มีสุขภาพดี ทุกวันนี้ พ่อแม่ชาวจีนยังนิยมให้เด็กๆ สวมตู้โตว หรือสาวๆ ที่มักจะนำมาใช้ในการแต่งตัวตามประเพณีโบราณ

 

 

ที่มา : khaosod

กูรูนางงามชื่อดัง ทึ่ง มารีญา พูลเลิศลาภ ยกเป็นมิสยูนิเวิร์สในสายตา ไม่ว่าใครจะว่าไง

     

    กูรูนางงามชื่อดังจากสหรัฐฯ ทึ่งในความงามของ มารีญา พูลเลิศลาภ ตัวแทนสาวไทยร่วมประกวด Miss Universe 2017 โพสต์บอก ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร แต่เธอคือมิสยูนิเวิร์สในสายตา ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการตัดสิน Miss Universe 2017 โดยผู้ที่สามารถคว้ามงกุฎไปครองได้สำเร็จคือ เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส (Demi-Leigh Nel-Peters) สาวงามจากแอฟริกาใต้ ขณะที่ มารีญา พูลเลิศลาภ ตัวแทนสาวไทย แม้จะไม่ได้มงกุฎมาครอง แต่ได้ทำสุดความสารถจนติดท็อป 5 คนสุดท้าย เป็นที่โดดเด่น และจับตามองของแฟน ๆ นางงามทั่วโลก และการพลาดตำแหน่งในครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแต่ชาวไทยที่เสียดาย

โดยล่าสุด แอนโทนี โกเมซ (Anthony M Gomes) กูรูนางงามชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ไอจีส่วนตัว @anthonymgomes ภายหลังจากประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 จบลง โดยได้โพสต์รูปของมารีญา ตัวแทนสาวไทยในชุดว่ายน้ำสีน้ำเงิน พร้อมกับเขียนข้อความแสดงความเสียดายที่เธอไม่ได้มงกุฎ โดยระบุว่า “ฉันไม่แคร์ว่าใครจะพูดอย่างไร แต่เธอคนนี้ (มารีญา) ยังคงเป็นมิสยูนิเวิร์สในสายตาฉันเสมอ” 

นอกจากนี้อีกโพสต์ของแอนโทนี ยังได้ลงคลิปวิดีโอตัดต่อสั้น ๆ จากในวันสินตัดสิน Miss Universe 2017 รอบโชว์ชุดว่ายน้ำ ซึ่งความสง่างามและความมั่นใจของมารีญา ได้ทำให้กูรูรายนี้ทั้งรู้สึกทึ่งและรู้สึกประทับใจมาก จนถึงกับยกตำแหน่งดีที่สุดในรอบนี้ให้เลย

 

ที่มา : Instagram anthonymgomes,ทวิตเตอร์ @iamgunz

 

ผู้สื่อข่าวจะไม่ทน เผลอสบถลั่น รถบัสมาขวางภาพนาทีสำคัญ

ผู้สื่อข่าวจะไม่ทน เผลอสบถลั่น รถบัสมาขวางภาพนาทีสำคัญ

        ภาพนาทีสำคัญของการทำลายสนามกีฬาประจำเมืองแอตแลนตา แต่ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องสบถคำหยาบออกมาดังๆ เพราะโดนแย่งซีนแบบไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นคลิปไวรัลเพียงข้ามคืน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพนาทีช่วงเวลาสำคัญในภารกิจการระเบิดทำลายอาคารจอร์เจีย โดม สนามกีฬาสำคัญประจำเมืองแอตแลนตา แต่คลิปการถ่ายทอดสดของสำนักข่าวแห่งหนึ่งกลายเป็นกระแสไวรัล เพราะผู้สื่อข่าวได้สบถออกมาเสียงดัง เนื่องจากช่วงเวลาการระเบิดนั้น รถบัสคันหนึ่งกลับหยุดจอดบดบังภาพเอาไว้ทั้งหมด

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ทางการกำลังทำภารกิจระเบิดทำลายจอร์เจีย โดม สนามกีฬาสำคัญของเมืองแอตแลนตา เพื่อก่อสร้างสนามกีฬาใหม่ขึ้นมาทดแทน ภารกิจครั้งนี้มีสื่อให้ความสนใจและตั้งกล้องถ่ายทอดสดจากหลายมุม โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Weather Channel สถานีพยากรณ์อากาศชื่อดัง

โดยหลังจากที่ถ่ายทอดสดมาถึง 40 นาที ก็ถึงช่วงเวลาภาพนาทีประวัติศาสตร์ Weather Channel ได้ตั้งกล้องถ่ายทอดสดให้ชาวโซเชียลมีเดียได้ติดตามชมอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้มุมภาพที่จะมองเห็นช่วงนาทีที่สนามกีฬาถูกทำลายได้อย่างชัดเจน กระทั่งเจ้าหน้าที่เริ่มนับถอยหลัง และจุดชนวนระเบิดขึ้น ปรากฏว่ารถบัสคันใหญ่คันหนึ่งได้มาจอดหยุดขวางภาพนาทีสำคัญเอาไว้ทั้งหมด

ทำให้ภาพถ่ายทอดสดที่ออกมานั้น แทบมองไม่เห็นช่วงนาทีที่สนามกีฬาถูกทำลายพังครืนลงมา ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่กล้องถ่ายทอดสดถึงกับหัวเสีย พูดสบถและพ่นคำหยาบออกมาหลายครั้ง พูดซ้ำๆ ว่า “รถบัสแกออกไปซะ!” และเมื่อสนามกีฬาทั้งหลังกลายเป็นเพียงฝุ่นควัน รถบัสก็ได้เคลื่อนตัวออกไป

คลิปถ่ายทอดสดดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลและได้รับความสนใจในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลายคนเรียกว่า “การขโมยซีนของรถบัส” หรือ Bus Photobombs ที่ดูเหมือนว่าจังหวะต่างๆ จะลงตัวเหมือนจงใจแกล้งผู้สื่อข่าวและช่างภาพโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นเหตุสุดวินัยที่ทำให้พลาดเห็นช่วงนาทีสำคัญครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

 

43252

 

สวยสุดประณีต 6 นศ.จีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม

สวยสุดประณีต 6 นศ.จีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม

   นักศึกษาชาวจีนสร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้าม อัตราส่วน 1:1,000 บนแผ่นไม้ขนาด 1.8 เมตร ประณีตละเอียดอ่อนราวกับจับย้ายของจริงมาย่อส่วนวาง สำนักข่าวประเทศรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มนักศึกษาจำนวน 6 คนของมหาวิทยาลัยชนชาติต้าเหลียน ได้สร้างแบบจำลองพระราชวังต้องห้ามหรือกู้กง (故宫) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ในอัตราส่วน 1:1,000 ของของจริง บนแผ่นไม้กระดานขนาด 1.8 เมตร

โดยนักศึกษากลุ่มดังกล่าวใช้เวลาในการสร้าง 1 เดือน ซึ่งแบบจำลองนี้ครบสมบูรณ์และประณีตละเอียดอ่อนชวนน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างแต่ละบาน กระเบื้องหลังคาแต่ละแผ่น บันไดแต่ละขั้น ล้วนมองเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ พระราชวังต้องห้ามเป็นพระราชวังหลวงในสมัยช่วงกลางราชวงศ์หมิงจนกระทั่งสิ้นสุดราชวงศ์ชิง ใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปี มีอาณาเขตกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 720,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยพระตำหนักและห้องหับจำนวนมาก รวมทั้งยังมีหอสมุด สวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อมกัน คูวังและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตรล้อมรอบ

ส่วนชื่อพระราชวังต้องห้ามนั้นถอดความมาจากภาษาจีนว่า จื่อจิ้นเฉิง (紫禁城) ซึ่งแปลว่า เมืองต้องห้ามสีเลือดหมู ด้วยเหตุที่ว่าพระราชวังแห่งนี้ห้ามสามัญชนบุคคลภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด และสีเลือดหมูนั้นเป็นสีของพระตำหนักภายในพระราชวัง เมื่อปี 2530 ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามเป็นมรดกโลก โดยขึ้นทะเบียนร่วมกันกับพระราชวังเสิ่นหยาง นอกจากนี้พระราชวังต้องห้ามยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

ที่มา : sanook

หิมะถล่มบนยอดเขาเลนิน วิ่งหนีตายวุ่น

หิมะถล่มบนยอดเขาเลนิน วิ่งหนีตายวุ่น

   หิมะถล่มบนเทือกเขาเลนิน นักปีนเขา 8 ชีวิตวิ่งหนีตาย สุดท้ายถูกทับเต็มๆ โชคดีรอดชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศของรัสเซีย เผยแพร่คลิปนาทีระทึก เมื่อหิมะถล่มจากยอดเขาเลนิน ประเทศคีร์กีซสถาน และพุ่งลงมาหานักปีนเขา 8 คน ชาวสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ที่กำลังเดินขึ้นยอดเขาเลนินพอดี โดยพยายามวิ่งหนีตายสุดชีวิต แต่ไม่ทันและถูกหิมะถล่มทับจนฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง

ด้าน นายแม็กนัส ลินด์ควิสต์ เป็นคนถ่ายคลิป เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 60 ตนถ่ายคลิปมาจากแคมป์ปิ้ง ที่ระดับความสูง 5,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล แต่โชคดีที่นักปีนเขา 8 คน รอดชีวิต โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ มีแต่อุปกรณ์สูญหายเล็กน้อยเท่านั้น

 

ที่มา : sanook

ลองใจจนเจอดี สาวให้แฟนไปจีบเพื่อน ทดสอบความซื่อสัตย์ สุดท้ายจบที่การจูบ

 

สาวลองใจเพื่อน ขอทดสอบความซื่อสัตย์ ให้แฟนหนุ่มไปลองจีบ ผลสุดท้ายจบลงที่การจูบ ฝ่ายสาวนั่งดูถึงกับอึ้ง โทร. ไปอาละวาดใส่แฟนหนุ่ม… ที่คุยกันไว้ไม่ใช่แบบนี้ ! เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอจากแชนแนล To Catch A Cheater ในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งทำคลิปวิดีโอปฏิบัติการทดสอบความซื่อสัตย์ โดยก่อนหน้านี้หลายคลิปได้ทำการทดสอบความซื่อสัตย์ของคนรัก แต่ครั้งนี้ เป็นการทดสอบความซื่อสัตย์ระหว่างเพื่อน โดยฝ่ายหญิงได้ให้แฟนหนุ่มไปลองใจเพื่อนสาว เพื่อดูว่าเธอจะสานความสัมพันธ์กับแฟนของเพื่อนหรือไม่หากมีโอกาส แล้วสุดท้ายสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริง แถมมีเซอร์ไพรส์ไปอีก…

เคลซีย์ และแซม แฟนหนุ่ม ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทดสอบในครั้งนี้ โดยสร้างสถานการณ์ให้แซมไปเจอกับบริทนีย์ เพื่อนสาวคนสนิทของเคลซีย์ ซึ่งบริทนีย์เองก็ทราบดีว่า แซมเป็นแฟนหนุ่มของเคลซีย์ ส่วนเคลซีย์นั้น นั่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านทางมอนิเตอร์ภายในห้อง โดยเคลซีย์เผยว่า บริทนีย์ก็เหมือนหญิงสาวทั่ว ๆ ไป ตอนนี้เธอก็มีหนุ่มที่คุย ๆ อยู่บ้าง

สถานการณ์เริ่มต้นขึ้น เมื่อแซมทำทีว่าบังเอิญไปเจอกับบริทนีย์ที่ร้านกาแฟ จึงเข้าไปทักทายและนั่งพูดคุยด้วย จากนั้นแซมก็เข้าประเด็นเรื่องปาร์ตี้ ถามบริทนีย์ว่าเธอจะไปไหนในงานวันฮาโลวีน จากนั้นแซมก็เริ่มบทสนทนาในเชิงชู้สาวมากขึ้น โดยเขาบอกว่าแอบไปส่องเฟซบุ๊กของเธอมา แล้วก็ถามว่าเธอว่า อยากได้ของขวัญอะไรในวันเกิด บริทนีย์บอกอยากได้เค้กช็อคโกแลต จากนั้นทั้งคู่ก็มีการหัวเราะกันคิกคักชอบอกชอบใจ

แซมเริ่มถามบริทนีย์ต่อว่า เธออยากจะไปฉลองวันเกิดของเธอกับเขาแบบสองต่อสองไหม จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มลึกซึ้งขึ้น บริทนีย์ตอบตกลงแซม โดยบอกว่า เธอไปได้ตราบใดที่เขาไม่ชวนเพื่อนแปลก ๆ ของเขาที่ชอบส่งรูปอวัยวะเพศมาให้เธอดู จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มพูดคุยกันถึงเรื่องขนาดของอวัยเพศ ก่อนจะจบลงด้วยการที่แซมบอกกับบริทนีย์ว่า เขาจะโชว์ของของเขาให้เธอดูในวันเกิดของเธอ ก่อนบริทนีย์จะตอบกลับว่า “โชว์ของลับของคุณให้ฉันในวันเกิดเหรอ คุณทำได้ดีที่สุดที่สุดแค่นั้นเหรอ… แล้วคุณต้องการให้ฉันเป่าเทียนด้วยหรือเปล่า” พร้อมทั้งได้บอกว่า ให้ไปที่เตียงของแซม เธออยากจะดูว่าทำไมเคลซีย์ถึงได้หลงเขานัก

 

ระหว่างบทสนทนาแซมได้เอื้อมมือไปจับที่ต้นขาของบริทนีย์ เธอเลยจับมือของเขาบ้าง พร้อมกับชมว่ามือของเขานุ่มจัง พร้อมทั้งตัดพ้อว่า เขาเป็นแฟนกับเคลซีย์ เธอจะหาแฟนแบบเขาได้จากที่ไหนบ้าง ก่อนแซมจะตอบกลับว่า เขามีแผนที่จะเลิกกับเคลซีย์ ซึ่งประโยคนี้เองทำให้เคลซีย์ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับตกใจมาก เกิดความไม่พอใจและรีบถามผู้จัดรายการว่าได้บอกให้แซมพูดแบบนั้นหรือไม่

ขณะนั้น แซมยังคงเล่นตามเกมต่อไปด้วยการ ถามบริทนีย์ว่า ถ้าเขาเลิกกับเคลซีย์ เธอจะคบกับเขาไหม ซึ่งบริทนีย์ให้คำตอบว่า “ฉันขอคิดดูก่อน ก็อาจจะ” พอถึงจุดนี้ เคลซีย์ไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เธอขอให้ทางรายการหยุดการดำเนินการ เพราะเธออยากจะโทรศัพท์ไปหาแซม แต่แล้วจู่ ๆ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแซมและบริทนีย์โน้มตัวไปจูบกันอย่างดูดดื่ม

เคลซีย์อารมณ์เดือดขั้นสุด สบถด่าออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกดโทรศัพท์ไปหาแซม แล้วต่อว่าในสิ่งที่เขาทำ โดยแซมบอกว่า คิดว่าเธอต้องการแบบนี้ แต่เคลซีย์บอกว่า มันมากเกินกว่าที่ตกลงไว้ ซึ่งแซมตอบกลับว่า มันเป็นความผิดของเธอ เธอเป็นคนที่ต้องการทำสิ่งนี้เอง และนั่นก็เป็นเหตุให้เคลซีย์โมโหจนควบคุมสติไม่อยู่ กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เธอโกรธและโมโหใส่แซมมากกว่าบริทนีย์เสียอีก

 

 

 

ที่มา : sanook

 

นศ.จีนครวญ ขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น! หอบแฮกกว่าจะถึงคณะ

นศ.จีนครวญ ขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น! หอบแฮกกว่าจะถึงคณะ

     นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนครวญ ต้องขึ้นบันไดถึง 326 ขั้นกว่าจะไปถึงคณะ เหตุตั้งอยู่บนเขา แซวปนบ่น…เดินจนจะผอมแล้ว สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า มีคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน เนื่องจากถูกสร้างตั้งอยู่บนภูเขา ดังนั้นทุกวันบรรดานักศึกษาจึงต้องเดินปีนขึ้นบันไดกว่า 326 ขั้น ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง ใช้เวลาเฉลี่ยราว 10 นาทีกว่าจะไปถึงชั้นเรียน ทำเอาเหนื่อยกระหืดกระหอบกันทั่วหน้า

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีนักศึกษาพากันบ่นปนแซวว่า ทุกวันนี้ไปเรียนรู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขาไปแสวงหายาอายุวัฒนะ บ้างบอกว่าเหมือนร่างกายจะผอมทุกนาที นอกจากนี้ เนื่องจากบันไดที่ใช้ขึ้นไปยังคณะนั้นมีจำนวนมาก ระยะทางก็ค่อนข้างไกลกว่าจะไปถึงห้องเรียน บรรดานักศึกษาที่พากันเดินขึ้นไปเรียนจึงเปรียบบันไดสุดโหดนี้ว่าเป็น “บันไดสวรรค์” อีกด้วย

 

ที่มา :   sanook

หมอผงะ ตรวจเด็กชายปวดท้องเรื้อรัง 15 ปี เจอร่างทารกฝังอยู่ในตัว

 

เด็กชาย วัย 15 ปี ป่วยท้องอืดเรื้อรัง แพทย์สแกนพบร่างทารกในท้อง เหตุผิดปกติตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์แม่ สุดหายากพบ 1 ใน 5 ล้าน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานข่าวสุดประหลาด หลังแพทย์ทำการผ่าตัดเอาซากทารกออกมาจากร่างเด็กชายวัย 15 ปี ซึ่งพบว่าร่างดังกล่าวได้แอบเจริญเติบโตในตัวของเขามาตั้งแต่กำเนิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เด็กชายวัย 15 ปี รายหนึ่ง จากมาเลเซีย มีอาการปวดท้องและท้องอืดเรื้อรังมาเป็นเวลายาวนาน ส่งผลให้แพทย์โรงพยาบาลสุลต่าน อับดุล ฮาลิม ในเมืองซันไก เปตานี จำเป็นต้องสแกนดูเพราะหวั่นว่าจะเจอเนื้องอก แต่กลับต้องผงะเมื่อพบว่าก้อนเนื้อดังกล่าวเป็นซากทารกซึ่งฝังตัวอยู่ในร่างกายเด็กรายนี้มายาวนาน และจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดออกมาโดยด่วน

การผ่าตัดเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ซึ่งสุดท้ายแพทย์ก็ประสบความสำเร็จในการนำซากทารกดังกล่าวออกมา และพบว่าทารกนี้มีน้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม ยาว 23.6 เซนติเมตร ไม่มีปาก ไม่มีรก แต่มีการเจริญเติบโตมาได้ระยะหนึ่ง จนมีเส้นผมและอวัยวะเพศชายแล้ว ขณะที่กะโหลกนั้นบิดเบี้ยวผิดส่วน รวมถึงมีกระดูกสันหลังที่ยาวแต่ไม่เหมือนรูปทรงปกติภายหลังจากนำเอาซากทารกออกมาจากท้องเด็กชายได้แล้วนั้น ทางครอบครัวก็ได้นำร่างดังกล่าวกลับไปบ้านเกิดเพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป ขณะที่เด็กชายนั้นก็ไม่ได้เจอกับผลข้างเคียงหลังผ่าตัด โดยตอนนี้ร่างกายเริ่มจะฟื้นฟูได้ดีขึ้นตามลำดับแล้ว

สำหรับแฝดปรสิต หรือ Foetus in fetu เป็นภาวะความผิดปกติด้านพัฒนาการของตัวอ่อนระหว่างที่อยู่ในครรภ์ เมื่อตัวอ่อนแฝดรายหนึ่งมีพัฒนาการผิดปกติ ดันตัวเองเข้าไปอยู่ในร่างของฝาแฝดตัวเองผ่านสายสะดือ จากนั้นก็อาศัยอยู่ในร่างของฝาแฝดเป็นแฝดกาฝาก ซึ่งปกติแล้วพบเจอได้ยาก โดยมีโอกาสเกิดขึ้นได้แค่ 1 ใน 5 ล้านคน เลยทีเดียว

 

ที่มา : sanook


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

 

หนุ่มสาวหวังได้บุญ ปล่อยกุ้ง-ปู ต่างถิ่นลงทะเลอังกฤษ โดนปรับอ่วม 6.7 แสน

 

         หนุ่มสาวซื้อ กุ้งล็อบสเตอร์และปูอเมริกัน มูลค่ากว่า 2 แสน เอาไปปล่อยทะเลอังกฤษ หวังได้บุญเพราะต่อชีวิต สุดท้ายโดนจับได้ เจอโทษปรับอ่วม 6.7 แสน ทางการอังกฤษชี้ เป็นการกระทำที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560 เว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยน รายงานว่า นายลี่ จือสยง  วัย 30 ปี และ น.ส. ลี่ หนี วัย 33 ปี ถูกศาลอังกฤษสั่งปรับและให้จ่ายเงินชดเชย รวมกันเป็นเงินจำนวน 15,000 ปอนด์ หรือ ราว 672,000 บาท หลังจากที่ทั้งคู่ปล่อยกุ้งล็อบสเตอร์และปูเป็น ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนลงในทะเลไบรท์ตัน เพื่อเป็นการไถ่ชีวิต ต่อชะตา ตามความเชื่อของศาสนาพุทธ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2558 โดย จือสยง และ หนี คือหนึ่งในกลุ่มชาวพุทธจำนวนกว่า 1,000 คน ที่ร่วมเฉลิมฉลองการมาเยือนประเทศอังกฤษของพระธรรมาจารย์ไห่เทา จากไต้หวัน พวกเขาถือโอกาสนี้ในการทำบุญครั้งใหญ่ โดยพากันไปซื้อล็อบสเตอร์และปูมูลค่ากว่า 2,500 ปอนด์ (ราว ๆ 112,000 บาท) จากตลาดปลาไบรท์ตัน แอนด์ นิวฮาเวน ที่ท่าเรือชอร์แฮม ก่อนจะนั่งเรือ 3 ลำ ออกไปในทะเล เพื่อปล่อยพวกมันให้เป็นอิสระ

จากนั้นจือสยงและบอกให้หนีไปซื้อมาเพิ่ม ให้ซื้อกุ้งปูมาให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยหนีเดินทางไปตลาดปลากรีนิช ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนเพื่อการนี้ เธอซื้อกุ้งล็อบสเตอร์สายพันธุ์อเมริกัน จำนวน 361 ตัว และปูดันเจนนิสสายพันธุ์อเมริกัน อีกจำนวน 350 ตัว มูลค่ากุ้งกับปูที่ทั้งสองคนนี้ซื้อนั้น รวมแล้วประมาณ 5,000 ปอนด์ หรือกว่า 224,000 บาท หลังจากนั้นก็นำไปปล่อยลงทะเล 

การปล่อยกุ้งปูครั้งใหญ่จบผ่านพ้นไป ไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งในเดือนมิถุนายน 2558 โดย โจเซฟ มิลเลอร์ นักกฎหมายจากองค์การบริหารจัดการทางทะเล กล่าว ชาวประมงท้องถิ่นพบว่า มีกุ้งและปูสายพันธุ์ต่างถิ่นปะปนอยู่ในสัตว์ทะเลที่พวกเขาจับได้ เรื่องนี้ได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก เนื่องจากกุ้งปูเหล่านี้ไม่ใช่สายพันธุ์ในท้องถิ่น และมันส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่

การพิจารณาคดีในชั้นศาลมีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนแรกหนีโกหกเจ้าหน้าที่สืบสวน โดยเธอกล่าวว่า เธอไม่รู้ว่ากุ้งปูเหล่านี้เป็นสายพันธุ์ต่างถิ่น เธอเอาพวกมันกลับมาบ้าน เอาไว้ในอ่างอาบน้ำและเทน้ำทะเลลงไปแช่ แต่เธอก็ยอมรับในภายหลังว่ากุเรื่องขึ้น โดยเธอปล่อยพวกมันลงทะเลตามความเชื่อทางศาสนา เพื่อต่ออายุ ไม่ได้มีเจตนาทำร้าย

รัฐบาลท้องถิ่นจำเป็นต้องกำจัดกุ้งปูสายพันธุ์ต่างชาติเหล่านี้ โดยพวกเขาต้องพยายามตามจับพวกมัน จ้างชาวประมงให้ลากอวนตามหา และหมดงบประมาณไปกว่า 4.4 ล้านบาทเพื่อการนี้ แต่ถึงแม้ว่าจะทุ่มเทแค่ไหน พวกเขาสามารถตามจับกลับมาได้แค่ 323 ตัวเท่านั้น และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ พวกเขาพบว่ากุ้งล็อบสเตอร์อเมริกันชุดล่าสุดที่เพิ่งจับได้นั้น แต่ละตัวมีไข่ในท้องอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าพวกมันขยายพันธุ์กันไปเรียบร้อยแล้ว

จากกรณีดังกล่าว จือสยองและหนี ยอมรับความผิดตามข้อกล่าวหา โดยจือสยองถูกปรับเป็นเงิน 500 ปอนด์ (ราว 22,000 บาท) ส่วนหนีถูกปรับ 5,300 ปอนด์ (ราว 237,000 บาท) นอกจากนี้พวกเขายังต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับทางการ 9,000 ปอนด์ (ราว 403,000 บาท) อีกด้วย

ผู้พิพากษาวิลเลียม แอชเวิร์ธ กล่าวว่า การปล่อยสัตว์สายพันธุ์ต่างชาติลงในทะเลนั้น มันได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศและประชากรปลาท้องถิ่น โชคร้ายอย่างมากที่ทางการไม่สามารถตามจับพวกมันกลับคืนมาได้ทั้งหมด และพวกมันก็ขยายพันธุ์กันไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถระบุปริมาณของพวกมันได้เลย

ทั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีการทำบุญโปรดสัตว์แต่ได้บาปกลับมา โดยก่อนหน้านี้ในปี 2555 กลุ่มผู้นับถือพระไห่เทา หวังได้บุญต่อชีวิต โดยพวกเขาขนงูเห่าจำนวนนับไม่ถ้วน น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม เอาไปปล่อยบนภูเขา ซึ่งมันเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะภูมิประเทศแบบนั้นไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของพวกมัน


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ที่มา : kapook

นางแบบดอดถ่ายนู้ดในวิหารอียิปต์ จนถูกจับยัดตะราง พร้อมเผยทริคที่ทำให้รอดมาได้

 

นางแบบสาวโดนจับ หลังแอบถ่ายภาพนู้ดในโบราณสถานอียิปต์ เผยรอดมาได้เพราะสารพัดทริค ทั้งติดสินบนยาม แกล้งทำเป็นนักท่องเที่ยวโง่ ๆ และลบรูปตบตาตำรวจ เจ้าตัวยันเคารพวัฒนธรรมอียิปต์มาก และภาพที่ถ่ายเป็นศิลปะ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า มาริสา พาเพน (Marisa Papen) นางแบบสาวชาวเบลเยียม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอิยิปต์จับกุม หลังจากที่เธอไปโพสท่าถ่ายภาพนู้ด  ที่บริเวณมหาพีระมิดกีซ่า และภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์เมืองลักเซอร์ โดยทุก ๆ ภาพในแคมเปญนี้ มาริสาไม่ได้สวมอะไรเลย มีบางภาพที่สวมเครื่องประดับหรือแว่นกันแดดบ้าง แต่ทั้งหมดนั้น เธอเปลื้องผ้าเปลือยเปล่าทุกภาพ

มาริสาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานนะนางแบบผู้รักควาามเป็นธรรมชาติ และจิตวิญญาณอิสระ เธอเดินทางไปถ่ายภาพเปลือยมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอและเจสซี วอล์กเกอร์ ช่างภาพส่วนตัว ได้เดินทางมาถ่ายภาพกันที่อียิปต์ ซึ่งแคมเปญดังกล่าวเป็นการถ่ายแบบลับ ๆ ไม่มีการยื่นหนังสือขออนุญาตจากทางการอียิปต์แต่อย่างใด

ในการถ่ายโฟโต้ชู้ตครั้งนี้ มาริสาและเจสซีเริ่มต้นกันที่บริเวณมหาพีระมิดกีซ่าเป็นที่แรก แต่การทำงานของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนุ่ม 2 นาย เดินมาถามทั้งคู่ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ พวกเขาคิดว่ากำลังถ่ายทำหนังโป๊หรืออะไรทำนองนั้น มาริสากับเจสซีพยายามอธิบาย และสุดท้ายก็ยัดเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่คนละ 15 ปอนด์ (ราว 660 บาท) เพื่อเป็นค่าอำนวยความสะดวก

 

“เราพยายามอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่าเราเคารพในวัฒนของอียิปต์เป็นอย่างสูง และสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันคือศิลปะ แต่ในสายตาของพวกเขานั้น พวกเขามองไม่เห็นว่าความโป๊เปลือยจะกลายเป็นศิลปะไปได้ พวกเขาคิดว่ามันคือหนังโป๊ หรืออะไรทำนองนั้น” มาริสาเล่าถึงประสบการณ์ที่เธอพบเจอในกิซ่า

หลังจากนั้น นางแบบสาวและช่างภาพก็ย้ายที่ไปถ่ายภาพกันต่อที่มหาวิหารคาร์นัค โบราณสถานเก่าแก่ หนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลักเซอร์ แต่โบราณสถานแห่งนี้มีการวางยามรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างแน่นหนา มาริสาและเจสซีจึงแอบซ่อนกันอยู่ข้างในจนกระทั่งมหาวิหารปิด และได้ออกมาโพสท่าถ่ายรูป ในสไลต์คลีโอพัตรา

แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็จับได้ และมันเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 นาย ลากตัวมาริสาและเจสซีไปยังสถานีตำรวจ มาริสาเล่าว่าเธอและเจสซีถูกปฏิบัติอย่างกับหมูกับหมา เธอสั่งให้เจสซีลบภาพทุกอย่างที่มีในกล้อง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง และพวกเขาก็อ้างกับตำรวจว่า ยังไม่ได้ถ่ายภาพอะไรเลยสักภาพเดียว แค่กำลังมองหามุมและวัดแสงกันอยู่เท่านั้น

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ พวกเขายังให้เจสซีถอดเสื้อผ้าเพื่อค้นตัวหาเอสดีการ์ดอีกอัน แต่ก็ไม่พบอะไร จึงส่งตัวพวกเขาไปยังสถานีตำรวจอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งคราวนี้พวกเขาถูกโยนเข้าคุก

“ฉันรู้ดีว่าคุกที่อียิปต์มันไม่เหมือนกับที่เบลเยียมหรือประเทศอื่น ๆ แถบตะวันตก แต่ฉันไม่รู้เลยว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง ในห้องขังแรกที่พวกเราถูกโยนเข้าไป ในนั้นมีผู้ชายประมาณ 20 กว่าคนอัดกันอยู่ บางคนเป็นหมดสตินอนกองอยู่กับพื้น บางคนยืนเกาะลูกกรง บางคนบาดเจ็บมีเลือดออก และตะโกนโวยวาย”

“ฉันไม่เคยพบเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต เจสซีคอยบอกฉันว่า มาริสา อย่าไปมองพวกเขา แต่มันไม่มีทางที่จะทำเป็นไม่เห็น” มาริสาเล่า

หลังจากที่นอนในห้องขังกันอยู่หลายชั่วโมง มาริสากับเจสซีก็ถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในชั้นศาล ซึ่งมาริสาเล่าว่า เธอและเจสซีแกล้งทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวโง่ ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เต้นแรงเต้นกากันใน “ชุดกางเกงในสีเนื้อ” และแต่งเรื่องขึ้นมาว่าไปทำอะไรบ้าง ผู้พิพากษาตรวจค้นดูหลักฐานต่าง ๆ เขาไม่ได้ดำเนินคดีอะไรกับทั้งคู่ และได้เตือนอย่างจริงจังว่าห้ามทำอะไรโง่ ๆ หรือน่าละอายอีก

เมื่อกลับถึงโรงแรม เจสซีก็สามารถกู้คืนทุก ๆ ภาพที่ลบไปเพื่อตบตาตำรวจก่อนหน้านี้ได้ พวกเขาได้ปล่อยรูปภาพออกมา หลังจากที่เดินทางออกจากอียิปต์แล้ว ซึ่งมาริสาเองก็ประทับใจกับผลงานของเธอมากทีเดียว “ฉันมั่นใจว่าพระนางคลีโอพัตราจะภูมิใจในสิ่งที่ฉันทำ” มาริสกล่าว

 

 

 

ที่มา : kapook