ราชวงศ์อังกฤษสุดปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว

ราชวงศ์อังกฤษสุดปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว

   เจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว ยังไม่เผยเป็นพระธิดาหรือพระโอรส สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงปลื้มปีติยินดี วันที่ 4 กันยายน 2560 เว็บไซต์เดอะการ์เดียน เผยรายงานว่า พระราชวังเคนซิงตัน ออกแถลงการณ์ประกาศว่า เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จะทรงมีทายาทองค์ที่ 3 หลังจากเจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์แล้วในขณะนี้

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทายาทพระองค์ใหม่ของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน จะเป็นพระธิดาหรือพระโอรส โดยก่อนหน้านี้ ทรงมีทายาทร่วมกัน 2 พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ พร้อมด้วย เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ แห่งเคมบริดจ์

ทั้งนี้จากรายงานระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร และสมาชิกราชวงศ์ ต่างรู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เดียวกัน รายงานเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหญิงแคทเธอรีนได้ทรงยกเลิกหมายกำหนดการเสด็จเยือนศูนย์เด็ก Hornsey Road ในกรุงลอนดอน เนื่องจากทรงมีพระอาการแพ้ท้องหนัก

ราชวงศ์อังกฤษสุดปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ราชวงศ์อังกฤษสุดปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ราชวงศ์อังกฤษสุดปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ทรงพระครรภ์ทายาทองค์ที่ 3 แล้ว

 

ที่มา : kapook

ครอบครัวโพสต์ชวนชาวบ้านมาร่วมพาเหรดวันเกิดลูกชาย แต่สิ่งที่ได้ ทำให้น้ำตาซึม

ครอบครัวโพสต์เฟซบุ๊กชวนคนในชุมชนมาเดินขบวนพาเหรดวันเกิดให้ลูกชายที่เป็นเด็กพิเศษ แต่ใครจะไปคิดว่า ทุกคนจะจัดเต็มขนาดนี้ เห็นแล้วซึ้งใจจนน้ำตาซึม  คนเราทุกคนเกิดมาล้วนแตกต่างกัน ไม่มีใครที่สามารถเลือกเกิดได้ ใครที่เกิดมาสมบูรณ์เป็นปกติก็นับว่าเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตแล้ว แต่สำหรับบางคนโชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก ให้เขาเกิดมาไม่เหมือนเช่นคนอื่น ๆ

แมทธิว หนุ่มรายนี้เกิดมาพร้อมภาวะผิดปกติเกี่ยวกับโครโมโซม ส่งผลให้สมองมีอาการผิดปกติอย่างรุนแรง เกิดภาวะสมองพิการ และเป็นโรคออทิสซึม ด้วยความไม่ปกตินี้ ทำให้แมทธิวมักจะชอบส่งเสียงดังออกมา จึงเป็นเรื่องลำบากสำหรับครอบครัวที่จะพาเขาออกไปยังสถานที่นอกบ้าน

กระทั่งในปีนี้ แมทธิวจะอายุครบ 21 ปี ทางครอบครัวจึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้คนในชุมชนมาร่วมเดินพาเหรด เพื่อเป็นของขวัญให้กับเขา แต่ใครจะไปคิดว่า ทุกคนจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่มาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ไม่รู้จักกันจะมีมิตรภาพให้แก่กันได้ขนาดนี้ เห็นแล้วทั้งน่าทึ่งและรู้สึกซึ้งใจอย่างที่สุด

 

เว็บไซต์ไลฟ์บัซ ได้หยิบเรื่องราวชวนอบอุ่นใจนี้มาเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 โดยคิม เดวิส-โรบิเน็ต แม่ของแมทธิว เล่าว่า ความป่วยทำให้แมทธิวไม่เหมือนคนปกติ เขาชอบยิ้ม ชอบหัวเราะ ชอบเห็นช่วงเวลาสนุก ๆ เขาชอบเสียงดัง ๆ มีผู้คนมาก ๆ และชอบเสียงดนตรี ในวันเกิดปีนี้ ครอบครัวก็อยากจะจัดงานที่แสนพิเศษให้กับเขา จึงเกิดไอเดีย โพสต์ชวนให้คนในชุมชนมาร่วมขบวนเบิร์ธเดย์พาเหรดให้กับแมทธิว

โดยในข้อความเชิญชวน ทางครอบครัวเขียนว่า อยากให้เพื่อน ๆ มาร่วมเดินขบวนให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถมาได้ ในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของแมทธิว พร้อมทั้งบอกว่าแมทธิวชอบพวกรถต่าง ๆ ทั้งรถบรรทุก มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถดับเพลิง รถตำรวจ ก่อนโพสต์ดังกล่าวจะถูกแชร์ต่อกันออกไปมากกว่าพันครั้ง

 

 

กระทั่งวันนั้นก็มาถึง ทางครอบครัวของแมทธิวก็พาเขาออกมานั่งที่หน้าบ้าน และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นตรงหน้าของพวกเขา เมื่อมีผู้คนจำนวนมากพร้อมใจกันมาร่วมเดินขบวนพาเหรดงานวันเกิดให้กับแมทธิว ทุกคนต่างจัดเต็ม ทั้งขบวนรถที่ประดับตกแต่งด้วยลูกโป่ง ส่งเสียงบีบแตรดังสนั่น ราวกับมีงานเทศกาลเกิดขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีขบวนรถตำรวจและรถดับเพลิง จำนวนกว่าหลายสิบคัน รวมทั้งกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ร่วม 100 คัน แต่ยังไม่พอ มีทั้งรถบรรทุก รถพยาบาล รถแต่งสวน และรถบัสโรงเรียน ต่างขนกันมาร่วมขบวนพาเหรดในครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง รวมทั้งผู้คนที่โดยสารมาต่างก็เปิดหน้าต่างออกมาพากันโบกไม้โบกมือ ตะโกนร้องคำว่า “แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แมทธิว”

นอกจากนี้ วงดนตรีโยธวาทิตแต่งชุดกระโปรงลายสก็อตเต็มยศ ก็มาร่วมบรรเลงดนตรีให้อย่างรื่นเริง เสียงดังกระหึ่มไปทั่วพื้นที่ และไฮไลท์คือตอนสุดท้ายแมทธิว ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งในรถซิ่งด้วย รวมเวลาที่งานวันเกิดถูกจัดขึ้นทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

คริส โรบิเน็ต พี่ชายของแมทธิว เผยว่า “นี่เป็นสิ่งพิเศษที่น่าเหลือเชื่อมาก เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น ผมรู้สึกตื้นตันใจ จนร้องไห้ออกมาถึง 2-3 ครั้งด้วยกัน” 

ด้านคิม ผู้เป็นแม่ เผยว่า ผู้คนเหล่านี้แสดงความรักออกมา และเมื่อพวกเขาได้เห็นรอยยิ้มของแมทธิว ก็เหมือนว่าพวกเขาได้รับความรักกลับไปเช่นกัน สิ่งที่เห็นวันนี้คือ งานพาเหรดครั้งนี้ไม่ใช่งานของแมทธิวคนเดียว แต่เป็นงานของทุก ๆ คนที่มาร่วมกันสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่กัน ด้วยความตั้งใจและหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และความทรงจำครั้งนี้จะเป็นความประทับใจที่ทางครอบครัวไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

 

 

 


 

ที่มา : kapook

พบกับหนุ่มพิการใจแกร่ง ลุยงานหนักไม่ย่อท้อ เพราะกายยังไหว-มีแรงสู้ไปได้อีก

 

          เปิดเรื่องราวคนงานก่อสร้างผู้สู้ชีวิต แม้แขนพิการแต่ใจสู้ ทำงานหนักไม่ย่อท้อ เผยอยากพิสูจน์ว่าพิการก็ทำงานได้ และอยากเป็นแรงบันดาลให้ใครหลาย ๆ คนฮึดสู้ เถาจินจิน คือ ชายหนุ่มชาวจีนวัย 24 ปี ผู้ประกอบอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง เขาทำงานได้ทุกอย่างเหมือนกับเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่น ๆ  ทั้งหิ้วอิฐ เข็นรถปูน โบกปูนหลังคา ฯลฯ แต่จินจินมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ นั่นคือเขามีแขนแค่เพียงข้างเดียว

เรื่องราวการสู้ชีวิตของชายหนุ่มหัวใจแกร่งคนนี้ ถูกนำมาเปิดเผยโดยเว็บไซต์เอเชียวัน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 โดยจินจินอาศัยอยู่ที่เมืองฉือเจียจวง มณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของประเทศจีน จินจินเสียแขนข้างขวาจากอุบัติเหตุเมื่อ 8 ปีก่อน มันทำให้เขาเจ็บปวดมากและใช้เวลานานในการรักษาตัว แต่หลังจากที่พักฟื้นไปประมาณ 2 ปี จินจินก็เริ่มหางานทำอีกครั้ง โดยเขาสมัครเป็นคนงานที่ไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่หิ้วถังอิฐและฉาบปูน

การทำงานในช่วงแรก ๆ มันหนักหนามากสำหรับเขา และการมีแขนเดียวทำให้เขาทำงานช้ากว่าคนอื่น โดยในการเข็นรถบรรทุก 2 ล้อแต่ละครั้ง คนอื่น ๆ สามารถทำได้เสร็จภายในเวลาแค่ 3 นาที แต่จินจินต้องใช้เวลามากถึง 10 นาที ถึงจะเสร็จ ถึงแม้จะลำบาก แต่จินจินก็ไม่ต้องการให้ใครมาสงสารเขา เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเขายังคงีสามารถทำงานได้ เหมือนกับคนปกติทั่ว ๆ ไป

ต่อมาในปี 2558 เพื่อนคนหนึ่งของจินจิน แนะนำให้เขารู้จักกับแอปฯ โซเชียลมีเดีย เพื่อให้เขาได้ใช้แชร์เรื่องต่าง ๆ รวมทั้งสามารถแชร์คลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังทำงานได้ด้วย และเมื่อจินจินเริ่มต้นใช้แอปฯ นี้ เขาก็กลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังในเวลาอันรวดเร็ว มีคนกดเข้ามาดูคลิปต่าง ๆ ของเขาเป็นจำนวนมาก และในทุกวันนี้ เขาจะไลฟ์สดผ่านแอปฯ ดังกล่าวอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งปกติแล้วจินจินมีรายได้จากการทำงานก่อสร้าง อยู่ที่ราว ๆ 100 หยวนต่อวัน (ราว 500 บาท) แต่หลังจากที่เขาเริ่มไลฟ์สดแชร์คลิปวิดีของตัวเอง รายรับของเขาก็เพิ่มขึ้น และสามารถสูงได้ถึงเดือนละกว่า 8,000 หยวนเลยทีเดียว (ราว 40,000 บาท)

จินจินเผยว่า เขาไม่ต้องการมีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกออนไลน์ เขาแค่ต้องการพิสูจน์ให้ใครหลาย ๆ คนเห็นว่าเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ และเขาก็ทำงานได้ไม่ด้อยไปกว่าคนปกติที่มีร่างกายครบ 32 แต่กำลังใจและคำชื่นชมที่เขาได้รับ มันก็ช่วยให้เขามีแรงใจในการทำงานมากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว จินจินหวังว่าสักวันเขาจะได้แต่งงานและเป็นพ่อคนกับเขาบ้าง และในอนาคต เขาไม่อยากจะเป็นคนงานก่อสร้างตลอดไป เขาอยากจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำได้เพื่อให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น และเขาก็หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนที่มีชะตากรรมเหมือนเขา ให้ลุกขึ้นมาสู้ ให้ลุกขึ้นพยายามเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง


 

ที่มา :kapook

อู้หู! รถชนกัน 32 คันรวดในโปแลนด์หลังหมอกจัด

new101-30-01-60

เกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนทางหลวงในโปแลนด์ 20 คันรวด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย ช่วงเช้าวันนี้ หลังหมอกลงจัด

มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย จากอุบัติเหตุรถชนกัน 20 คันรวด หลังเกิดหมอกลงจัดบนทางหลวง สาย A1 ใกล้กับเมือง “ปียอตร์กุฟ ตรือบูนัลสกี” (Piotrkow Trybunalski) ทางตอนกลางของโปแลนด์

อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงเช้า 9 นาฬิกาวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย มี 5 รายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในรถยนต์ ที่ถูกรถบรรทุก 2 คันอัดก็อปปี้

ตำรวจนับร้อยนาย และพนักงานดับเพลิงอีก 70 นาย มายังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และดูแลการจราจร โดยเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรเพื่อเคลียร์เส้นทางที่ติดขัดอย่างมากหลังเกิดอุบัติเหตุ

new102-30-01-60

ที่มา : workpointtv

พม่าร่างกฎหมาย ผู้ชายทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ จำคุก 7 ปี!

MYANMAR-MARRIAGE-LAW-WOMEN-SOCIAL

เมื่อ 28 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า นายนอว์ธาวาห์ ปลัดกระทรวงสวัสดิการสังคมพม่าเปิดเผยถึงการร่างกฎหมายทางสังคมซึ่งเป็นที่สนใจในสังคมว่า หากชายคนใดทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับ ไม่ยอมแต่งงานด้วย จะต้องถูกพิจารณาคดีและลงโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป

ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับสิทธิสตรีที่มากขึ้นและเอาผิดทางอาญาต่อผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นครั้งแรกและยังช่วยป้องกันความรุนแรงต่อสตรีจากแก๊งข่มขืนได้ด้วย โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าแจ้งความร้องเรียน

หากร่างกฎหมายผ่านสภา บทลงโทษสำหรับผู้ชายที่ไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงทั้งที่อยู่ด้วยกันแล้วคือจำคุก 5 ปี และกรณีที่ผู้หญิงท้องแล้วแต่ไม่ยอมแต่งงานด้วยต้องจำคุก 7 ปี แต่สังคมในพม่าผู้หญิงยังเป็นฝ่ายที่มีสถานะด้อยกว่าผู้ชายอยู่มาก

ที่มา : ข่าวสด

“ลาว-จีน” ลั่นฆ้อง-เริ่มแล้ว ก่อสร้างเส้นทางไฮสปีด

new41-27-12-59

สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานว่ารัฐบาลลาวลั่นฆ้องเปิดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว-จีน อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเช้าวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่แขวงหลวงพระบาง คาดใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 60 เดือน จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปีค.ศ.2021 หรือ ปีพ.ศ.2564

new42-27-12-59

สำหรับพิธีเปิดการก่อสร้างโครงการรถไฟลาว-จีน เริ่มด้วยพิธีทางศาสนา และลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย โดยมีนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารงานศูนย์กลาง พรรคประชาชนปฏิวัติลาว พร้อมด้วยเอกอัตรราชทูตจีน ประจำ สปป.ลาว รัฐมนตรี รองรัฐมนตรี เจ้าแขวง รองเจ้าแขวง และผู้แทนจากรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งชาติจีน เข้าร่วมในพิธี

new43-27-12-59

นายบุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง กล่าวว่ามาตรฐานด้านเทคนิค การออกแบบโครงการก่อสร้างรถไฟลาว-จีน ตั้งแต่เมืองบ่อเต็น ชายแดนลาว-จีน มายังสถานีนครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 417 กิโลเมตร ใช้ระบบรางมาตรฐานชั้นหนึ่ง กำหนดความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับขนส่งผู้โดยสารในเขตพื้นที่สูง ส่วนพื้นที่ราบความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วสำหรับขนส่งสินค้า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

new44-27-12-59

ในเส้นทางรถไฟประกอบด้วยสะพาน 167 แห่ง ระยะทาง 61 กิโลเมตร ทางลอด 649 แห่ง ระยะทาง 20 กิโลเมตร อุโมงค์ 75 แห่ง ระยะทาง 297 กิโลเมตร โดยอุโมงค์ที่มีระยะทางยาวสุด 12 กิโลเมตร อยู่ที่เมืองกาสี แขวงเวียงจันทน์ มีสถานีทั้งหมด 32 สถานี ในจำนวนนี้ 21 สถานีสำหรับรถไฟหลีกกัน ส่วน 11 สถานีเป็นสถานีผู้โดยสาร และอีก 1 สถานีสำหรับขนส่งสินค้า รวมมูลค่าก่อสร้างโครงการทั้งหมด 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการนี้นอกจากช่วยให้การคมนาคมขนส่ง การไปมาหาสู่กันมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ยังประหยัดต้นทุนการขนส่ง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุนให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้ขยายตัวสูงขึ้น สร้างรายได้ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนลาวในอนาคตข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา : ข่าวสด

พระราชประวัติ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก “นางฟ้าแห่งภูฎาน”


สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้ทรงมีพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2523 ในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ พระมเหสีองค์ที่ 3 พระราชินีอาชิ เซอริง ยางดน วัง ชุกการศึกษาจบชั้นเรียนมัธยมศึกษาจาก “คุชชิง อะคาเดมี” ใน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อด้วย ระดับปริญญาตรีที่ วิทยาลัย วีตัน ในรัฐ เดียวกัน ก่อนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัย ชั้นนำ “ออกซ์ฟอร์ด” ประเทศอังกฤษ สาขาการทูต และ รัฐศาสตร์

10409548_682432561804775_8344265828903922015_n

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ประสูติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2533 ที่กรุงทิมพู ประเทศภูฏาน เป็นสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีได้ทรงประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งพระองค์เป็นนักศึกษาวัยยี่สิบเอ็ดพรรษา ทั้งสองพระองค์มีกำหนดอภิเษกสมรสในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 โดยการอภิเษกสมรสจัดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม

1186076_556695941045105_1098645776_n

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ทรงเป็นธิดาคนที่สองจากจำนวนพี่น้องห้าคนของนายธอนทุบ กยอลเซน(นักบินสายการบินบาห์เรน แอร์เวย์) กับ นางโซนัม ชูกี โดยพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ประเทศภูฏาน ก่อนที่จะเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ลอว์เรนซ์สคูล ในซานาวาร์ หิมาจัลประเทศ และที่เซนต์โจเซฟคอนแวนต์ ในกาลิมพง ประเทศอินเดีย

ในภายหลังได้ทรงศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรีเจนต์คอลเลจ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระองค์มีความสนพระทัยในงานศิลปะเรอเนสซองส์ และมีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพเช่นเดียวกับสมเด็จพระราชาธิบดี รวมทั้งยังโปรดฟังเพลงพื้นเมืองด้วยเช่นกัน

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุกแห่งภูฏานทรงมีประสูติกาลพระราชโอรส หนึ่งคน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2559 ภายในพระราชวังลิงกานา กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน

13923499_1068667653181262_8579642690277147447_o

rs_1024x759-160413103723-1024-king-queen-prince-queen-041316

10333654_682420241806007_8102626922058742472_o

10382598_682432165138148_7638658724535036897_o

11057501_849591211755575_2230734662216914378_o

12105946_836639736454637_4207403286200421595_n

jetsun5-a

queen-jetsun-a

tumblr_inline_nz5wblftfa1tuutw6_1280

11403467_851694098211953_6096608810331824217_n

ขอบคุณคลิปจาก Youtube/SiamUpdates.com

ที่มา : topicza

นายกฯญี่ปุ่นสดุดีหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

cats

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ” แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและอาลัยอย่างยิ่งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และยกย่องพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระราชจริยวัตรอันอ่อนโยนและทรงมีพระอัจฉริยภาพรอบด้าน โดยทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน นายกฯอาเบะ กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงทุ่มเทพระวรกายและทรงมีพระวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนของพระองค์ ภายใต้หลักปรัชญาการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและพอเพียง นอกจากนี้ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวญี่ปุ่นตราบนานเท่านาน

ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตแห่งญี่ปุ่นและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จเยือนไทยเป็นประเทศแรก หลังเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี 2534

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นายก ญี่ปุ่น สดุดี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

ที่มา : dailynews

สาวจีนไม่ลุกให้นั่งรถไฟฟ้า โดนมนุษย์ลุงด่าไปถึง 3 สถานี

สาวจีนไม่ลุกให้นั่งรถไฟฟ้า โดนมนุษย์ลุงด่าไปถึง 3 สถานี

สาวจีนไม่ลุกให้นั่งรถไฟฟ้า โดนมนุษย์ลุงด่าไปถึง 3 สถานี

ดราม่าโซเชียลเมืองจีน มนุษย์ลุงเปิดฉากด่าหญิงสาวกลางรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะไม่ยอมลุกให้นั่ง ด่ากราดยาวไปถึง 3 สถานีก็ยังด่าไม่หยุด จนหญิงสาวทนไม่ไหว ร้องไห้สะอื้นวิ่งลงจากรถ

สำนักข่าวประเทศรายงานว่า บนโลกออนไลน์ของจีนได้แชร์ภาพจากผู้ใช้โซเชียลคนหนึ่ง @桃纸的围脖 ที่ได้โพสต์ภาพหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่ง เพียงแค่ไม่ได้ลุกให้คนอื่นนั่ง กลับถูกมนุษย์ลุงคนหนึ่งตั้งหน้าตาด่าเธอจริงจังบนรถไฟฟ้าใต้ดิน กระทั่งผ่านไปถึง 3 สถานี ก็ยังด่าไม่หยุด ทำให้เธอทนไม่ไหวและร้องไห้ลงจากรถไฟฟ้า แต่มนุษย์ลุงคนนี้ก็ยังคงด่าตามไล่หลังเธออยู่ต่อไป

เจ้าของภาพดังกล่าวได้เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายของวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหนานจิง สาย 3 น่าจะเป็นสถานีซินจวง มีลุงคนหนึ่งขึ้นไปบนขบวนแต่ไม่มีใครลุกให้นั่ง จู่ๆ ก็เริ่มเอะอะโวยวาย ต่อว่าหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นมาด้วยคำหยาบคาย โดยที่ไม่ได้ถามไถ่หญิงสาวสักคำว่า จะลุกให้เขานั่งได้หรือไม่

มนุษย์ลุงคนดังกล่าวไม่ใช่ด่าอย่างเดียว ยังใช้ไม้ตะบองเคาะกับพื้นรถอีก ผู้โดยสาร 3 คน ที่อยู่ข้างเธอก็เริ่มทยอยลุกถอยห่างออกมา ถึงแม้จะมีที่นั่งแล้ว แต่คุณลุงคนนี้ก็ยังด่าเธอไม่หยุด จนทำให้เธอร้องไห้และวิ่งลงจากรถไฟฟ้าไป แต่เขาก็ยังคงด่าเธออยู่ ผู้โดยสารคนอื่นต่างส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง กระทั่งมีชายคนหนึ่งเข้าไปชวนคุยแทน

อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์ภาพดังกล่าว ยังได้แสดงความคิดว่า ทุกคนก็ซื้อบัตรขึ้นรถมาก็ยืนกัน ไม่ใช่ทุกคนจะได้นั่งเหมือนกับผู้โดยสารคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ก็บอกว่า ที่ลุกให้นั่งคือการแสดงน้ำใจและมิตรไมตรีต่อกัน ไม่ใช่หน้าที่หรือความรับผิดชอบ การอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่แบบนี้คนวัยหนุ่

สาวจีนทำเพราะรัก ปีนหน้าผาสูงไปวาดใบหน้าผู้ชายที่หลงชอบ

สาวจีนทำเพราะรัก ปีนหน้าผาสูงไปวาดใบหน้าผู้ชายที่หลงชอบ

สาวจีนทำเพราะรัก ปีนหน้าผาสูงไปวาดใบหน้าผู้ชายที่หลงชอบ

สาวจีนลงทุนปีนหน้าผาสุดสวย ใช้สีย้อมแร่วาดเป็นรูปใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรัก เพื่อประกาศิตถึงความในใจ กลายเป็นตำนานที่โด่งดังในโลกออนไลน์

ผาฟ่านเหยียน (饭蒸岩) ตั้งอยู่ที่เมืองไถโจว มณฑลเจ้อเจียง ลักษณะเป็นหน้าผาบนยอดเขารูปทรงกระบอก สูง 218 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เมตร ปัจจุบันยังมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างพิเศษมีแค่นักปีนเขาเท่านั้นที่จะสังเกตเห็น และไม่กี่วันก่อนหน้านี้ มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวไปพบหญิงคนหนึ่งปีนหน้าผาสูงชันไปวาดรูปใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง จนเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ลงบนอินเตอร์เน็ตทำให้มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

เพื่อนในกลุ่มนักปีนเขาของเธอ เล่าว่า หญิงคนดังกล่าวมีอายุ 37 ปี เป็นชาวเมืองไถโจว เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและยังเป็นนักปีนเขาอีกด้วย โดยเธอมักจะออกไปปีนเขาในอำเภอเซียนจู เมืองไถโจว กับสมาชิกในกลุ่มบ่อยๆ จนได้รู้จักกับชายสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งวัย 40 ปี ทั้งสองต่างมีสถานะโสดทั้งคู่ แล้วเธอก็หลงรักเขา และเพื่อเป็นการแสดงออกให้เขารู้จึงตัดสินใจไปวาดรูปใบหน้าของบนผาฟ่านเหยียน

ซึ่งเธอจะใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปปีนเขา จากนั้นก็ห้อยตัวลงมือวาดรูปชายในดวงใจ ใช้เวลาในการวาดอยู่ประมาณ 2 เดือน โดยใช้สีย้อมแร่ในการวาด แต่หลังจากที่เธอวาดเสร็จนานก็มีคนไปพบเข้า จนกลายเป็นกระแสดังไปทั่วอินเตอร์เน็ต แต่เธอยังไม่หวั่น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมการท่องเที่ยวอำเภอเซียนจูบอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทราบเรื่องที่ ทางกรมก็ได้ติดต่อไปหาเธอและเธอก็ให้ความร่วมมือในการสอบสวน พร้อมให้ข้อมูลอย่างละเอียดและชัดเจน ทั้งรับปากจะเข้าไปทำความสะอาดหน้าผาบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทิวทัศน์บริเวณนั้นกลับมาสวยงามเหมือนเดิม