เจนี่ แอบเซ็กซี่เบาๆ ร่วมแจมเที่ยวทะเลกับครอบครัวนานา

เจนี่ แอบเซ็กซี่เบาๆ ร่วมแจมเที่ยวทะเลกับครอบครัวนานา

       เป็นมิตรภาพที่ยาวนานมากๆ สำหรับสองสาวเพื่อนซี้ เจนี่ นานา เพราะไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นกับทั้งคู่ ก็จะเห็นมีกันและกันมาตลอด โดยเฉพาะเจนี่ที่ตอนนี้ยังคงครองความโสด พอมีเวลาว่างก็จะมักจะมาอยู่ที่บ้านของนานา มาเล่นกับหลานรัก บรู๊คลิน บีน่า รวมถึงทริปล่าสุดที่เจนี่แพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกับครอบครัวนานา

เจนี่หรือน้าเจี๊ยบทำหน้าที่เลี้ยงดูหลานๆ และปล่อยให้นานาได้มีเวลาสวีทกับสามี พี่เวย์ ไทเทเนี่ยม เรียกว่าเป็นทริปที่ดูแล้วแฮปปี้มากด้วยกันทั้งคู่

และเจนี่ที่ไม่พลาดโชว์ความเซ็กซี่บนเรือเบาๆ ในขุดว่ายน้ำ และยังโชว์หน้าสด เผยความหน้าเด็กอีกเช่นเคย

 

ที่มา : sanook

คลังสั่งสอบนายแบบ “บัตรคนจน” แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล มาแรง

คลังสั่งสอบนายแบบ "บัตรคนจน" แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล มาแรง

       กรมบัญชีกลางสั่งตรวจสอบปมดราม่า นายแบบหนุ่มถือบัตรคนจน ทั้งที่มีชีวิตหรูหรา กินดีอยู่ดี ขณะที่โซเชียลพากันขุดคุ้ยย้อนหลัง ทำให้แฮชแท็ก #อ้ายมีเหตุผล ติดเทรนด์ฮิตระดับประเทศ (30 ต.ค.) จากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของนายแบบหนุ่มคนหนึ่งที่มีการถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นไลฟ์สไตล์ของตัวเอง นั่งอยู่ภายในร้านกาแฟชื่อดัง พร้อมกับวาง “บัตรคนจน” หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไว้ข้างๆ โทรศัพท์มือถือราคาแพงและนาฬิกาสมาร์ทวอช ที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า กินดีอยู่ดีเช่นนี้ เหตุใดยังสามารถถือบัตรคนจนได้?

ล่าสุด น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้รับรายงานในกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมกับนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อน เนื่องจากภาพที่เปิดเผยว่าระบุชื่อบนบัตรไม่ชัดเจน หากว่าตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวไม่เข้าข่ายที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทางการก็จะดำเนินการระงับสิทธิในบัตรนั้นโดยทันที

ทั้งนี้ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบผู้จะได้รับัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นหน้าที่ของสำนักงานนโยบายทางเศรษฐกินการคลัง หรือ สศค. ซึ่งจะคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่เข้าข่ายและเหมาะสมกับการได้รับสิทธิ ซึ่งจะประกอบด้วย
1. เป็นผู้ที่ได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขผู้ที่มีสิทธิได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
2. มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
3. เป็นผู้ว่างงาน หรือ หรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร, สลากออมสิน, สลาก ธ.ก.ส., พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท
5. ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย

ขณะที่ นายแบบหนุ่มคนดังกล่าว แม้จะได้ลบโพสต์เจ้าปัญหาดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ก็ยืนยันสถานะของตัวเองว่า เป็นเพียงคนบ้านนอกที่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ฐานะที่บ้านยากจนจริงๆ และพร้อมจะให้ตรวจสอบสถานะการเงิน ปัจจุบันยึดอาชีพรับรีวิวสินค้าทางโซเชียลเท่านั้น ส่วนที่โพสต์ชีวิตหรูหรา กินดีอยู่ดีนั้น บางครั้งก็ไม่ได้ซื้อเอง ไปกับเพื่อนๆ ก็จะขอมาถ่ายโพสต์ลงโลกออนไลน์

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สำเร็จกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีดังกล่าว พบว่ายังคงแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ แฮชแท็กคำว่า #อ้ายมีเหตุผล ซึ่งถึงแม้จะเป็นชื่อเพลงของนักร้องลูกทุ่งหนุ่มชื่อดัง แต่กลับกลายเป็นว่าถูกนำมาใช้เปิดโปงนายแบบหนุ่มในกรณีอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน มีการขุดคุ้ยข้อความเก่าๆ รวมทั้งภาพไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในบางครั้งก็พบว่าเป็นการหยิบเอารูปคนอื่นมาโพสต์เป็นชีวิตของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวก็ยังคงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา หลายคนมองว่าเป็นจุดบอดของโครงการถือบัตรคนจน เพราะกรณีนี้อาจเป็นเพราะว่า นายแบบหนุ่มทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีงานประจำ ทำให้ไม่อาจจะตรวจสอบสภาพคล่องและการรับ-จ่ายเงินได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังพบว่าเมื่อปีที่แล้ว นายแบบคนดังกล่าวก็เคยถูกขุดคุ้ย หรือภาษาในโลกออนไลน์เรียกว่า “จับโป๊ะ” มาแล้วครั้งหนึ่งด้วย

ที่มา :  sanook

 

เผยภาพหาชมยาก พราหมณ์สยายผม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.8

             เผยภาพหาชมยาก พราหมณ์สยายผม ในริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จารีตโบราณในการไว้ทุกข์ของพราหมณ์ราชสำนัก ที่สุดของความอาดูร วันที่ 22 ตุลาคม 2560 ภายในเฟซบุ๊ก อ.จวง ปารมี ไวจงเจริญ อาจารย์สอนสังคมและประวัติศาสตร์ ได้เผยแพร่ภาพหาชมยากและดูแปลกตา สำหรับภาพของกลุ่มพราหมณ์สยายผม ที่เดินอยู่ร่วมริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทั้งที่ตามปกติแล้วพราหมณ์มักจะไว้มวยเรียบร้อยไม่ปล่อยให้ผมสยายเช่นนี้
พร้อมกันนี้ อ.จวง ได้อธิบายภาพพราหมณ์สยายผมนี้ว่า การปล่อยผมสยายเช่นนี้เป็นจารีตการไว้ทุกข์ของพราหมณ์ราชสำนัก ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ระบุว่า กลุ่มพราหมณ์ที่สยายผมเดินตามกระบวนแห่เชิญพระบรมศพนี้ มีชื่อเรียกว่า นาลิวัน โดยในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็คงจะได้เห็นกลุ่มพราหมณ์เหล่านี้เดินสยายผมอยู่ร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อีกครั้ง

 

ที่มา :  อ.จวง ปารมี ไวจงเจริญ, royin.go.th, m-culture.go.th


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

คุณแม่เปิดใจ ให้ลูกเล่นมือถือตั้งแต่ 2 ขวบ เหตุไม่มีเวลาดูแล หวั่นรบกวนตอนทำงาน

 

คุณแม่เปิดใจ ให้ลูกเล่นมือถือตั้งแต่ 2 ขวบ เหตุไม่มีเวลาดูแล หวั่นรบกวนเวลาทำงาน จนหวิดตาบอด เสียค่ารักษาร่วมแสน สัปดาห์หน้ารู้ผลว่าสายตาจะใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่ จากกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวพ่อแม่ให้ลูกวัย 5 ขวบเล่นโทรศัพท์จนทำลายกล้ามเนื้อตา หวิดตาบอด ต้องผ่าตัดจนเสียค่าใช้จ่ายหลักแสน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นางโชษิตา เลิศวิบูลย์งาม คุณแม่ของน้องวินนี่ เด็กคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนรู้เรื่องนี้ตอนคุณครูทักว่าน้องวินนี่มีปัญหาสายตา เหมือนกับเป็นเลซี่อาย จากนั้น ตนจึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่า อาการดังกล่าวสามารถทำให้ตาบอดได้ ดังนั้น ตนจึงพาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล 2 แห่ง ได้รับคำตอบเหมือนกันว่า เป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ถ้าไม่รับการผ่าตัด ตาจะเหล่ออกไป จนเสียการรับภาพ 3 มิติ และตาบอดได้ในที่สุด

นอกจากนี้ แพทย์ยังมีความเห็นว่า โรคนี้มีหลายสาเหตุ การจ้องโทรศัพท์นาน ๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เพราะว่า เด็กนั้นกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรง ไม่มีสันจมูกกั้น ทำให้ดวงตาไหลรวมกัน เมื่อจ้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ ทั้งนี้ คุณแม่เปิดเผยว่า เริ่มให้น้องวินนี่ดูการ์ตูนในมือถือตั้งแต่ 2 ขวบ เนื่องจากตนนั้นมีอาชีพส่งขนมตามร้าน ไม่มีเวลาดูแล และไม่อยากให้รบกวนเวลางาน ส่งผลให้น้องวินนี่ต้องดูโทรศัพท์วันละอย่างต่ำ 3 ชั่วโมง จนลูกมีอาการติดโทรศัพท์ มักงอแงเมื่อสั่งให้เลิกเล่น พอส่งไปเรียนพิเศษให้แก้อาการดังกล่าว ก็ยังคงเหลืออาการอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าน้องวินนี่ป่วย ตนจึงห้ามลูกเล่นโทรศัพท์ ซึ่งน้องเองก็เข้าใจและเชื่อฟัง ส่วนสัปดาห์หน้าจะมีการตรวจสายตาน้องวินนี่ ว่าจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่

ที่มา : ทุบโต๊ะข่าว

 

เก่ง เกียร์อาร์ ฉุนตำรวจดินแดง ไม่ดูแลรถให้ พ้อ..รถติดคดีใช่ว่าไม่มีเจ้าของ

 

        เก่ง เกียร์อาร์ โพสต์ระบาย..รถกระบะที่ถูกยึดหลังก่อคดีถอยชน ไม่ได้รับการดูแล ถูกนำมาจอดริมคลอง ซ้ำมีรถชนอัดท้ายจนเสียหายข่าวดีเจเก่ง เกียร์อาร์ หรือนายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ ที่ตกเป็นประเด็นสังคมกรณีเจ้าตัวถอยรถชนรถคู่กรณี แต่กลับอ้างว่าถูกชนท้าย เมื่อช่วงต้นปี 2559 และถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในขณะนั้น ล่าสุด (17 ตุลาคม 2560) มีรายงานว่า ดีเจเก่ง ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Pattarasak Thiamprasert โดยภาพดังกล่าวเจ้าตัวระบุว่าเป็นรถกระบะสีดำของตนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ยึดเอาไว้ แต่กลับถูกนำมาจอดทิ้ง โดยที่มีรถอีกคันจอดชนท้ายอยู่ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่า.. “เพิ่งรู้นะครับ ว่ารถที่อยู่ระหว่างรอคดี เขาจัดเก็บกันแบบนี้..”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ได้มีการสอบถามไปยังดีเจเก่ง ถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยเจ้าตัวเผยว่า รถกระบะสีดำคันที่โพสต์นั้นเป็นรถของตนเอง ที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดเอาไว้หลังเกิดเรื่อง และถูกนำมาจอดไว้ที่ สน.ดินแดง ตนจะแวะมาดูรถเป็นระยะ แต่พอมาวันนี้ตนแวะมาดูรถอีกครั้ง กลับพบว่ารถอยู่ในสภาพถูกชนท้ายโดยรถกระบะสายตรวจตราโล่ ทำให้ได้รับความเสียหาย

ดีเจเก่ง บอกว่า ยอมรับว่าช็อก ไม่รู้ว่าจะเซ็ง โมโห หรือเสียใจดี เพราะรถกระบะของตนถูกเอามาจอดไว้ริมถนนคลองบำบัดน้ำเสียด้านหน้า สน. ในสภาพโดนรถกระบะสายตรวจที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเสียบชนท้ายติดอยู่จนเสียหาย และจากการเข้าตรวจเช็กดูสภาพโดยรอบก็พบว่ามีความเสียหายเพิ่มมาอีกหลายจุดด้วย ทั้งกันชนบุบ ไฟท้ายแตก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มี ซึ่งตนก็เข้าใจว่าตำรวจได้รถหลวงคันใหม่มา จึงจำเป็นจะต้องเอารถที่ติดคดีอยู่ 3-4 คัน มาจอดไว้ตรงนี้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมไม่จอดให้ดีกว่านี้ แม้จะเป็นรถที่ติดคดีแต่ก็ฝากขอให้ดูแลกันให้ดีกว่านี้ รถที่ติดคดีไม่ใช่ว่าไม่มีเจ้าของ

 

 

ที่มา :  kapook,Pattarasak Thiamprasert

 

สามจุกหายไปไหน “น้องมะลิ” ลุคปัจจุบัน…หนูสวยตามแม่

สามจุกหายไปไหน "น้องมะลิ" ลุคปัจจุบัน...หนูสวยตามแม่

ใครๆ ก็คงคิดถึง “มะลิสามจุก” อาจจะต้องอดทนคิดถึงต่อไปก่อน เพราะเดี๋ยวนี้ “น้องมะลิ” ในวัยซุกซน เจริญเติบโตเป็นสาวน้อยขึ้นทุกวัน ภาพเก่าๆ กับการมัดผมจุกอาจจะเลือนหายไปบ้าง เพราะคนเราก็ต้องเปลี่ยนสไตล์ในแต่ละวัน เช่นเดียวกับปัจจุบัน “น้องมะลิ” ก็กลายเป็น สาวน้อยผมยาวสลวย จะดูหวานก็ไม่เชิง จะดูเซอร์ก็ไม่ชัด

ภาพอิริยาบถต่างๆ ของน้องมะลิ ในมาดปล่อยผมยาวดกดำ ยังน่ารักเหมือนเดิม ยิ่งโพสท่าคู่กับ แม่โบ แวนด้า เหมือนก็อปปี้สำเนาถูกต้องมาวางคู่กันเลยทีเดียว อันที่จริง มะลิสามจุก ก็ยังไม่ได้หายไปไหนไกล เพียงแต่ว่าช่วงนี้พี่ลิจ๋าอยากปล่อยผมสวยๆ เปลี่ยนลุคดูบ้าง รับรองว่า…สามจุกจะกลับมาแน่ๆ

 

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

น้องมะลิ

ที่มา :  kapook

คอหวยฮือฮา เห็นเลข 7 ชัด ใกล้ปากตุ๊กแกที่คำชะโนด

คอหวยฮือฮา เห็นเลข 7 ชัด ใกล้ปากตุ๊กแกที่คำชะโนด

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.20 น. (15 ต.ค.) ที่เกาะคำชะโนดบ้านโนนเมือง หมู่ที่ 11  ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า มีคอหวยที่ชอบเสี่ยงเดินทางมากันเป็นจำนวนมาก เพื่อกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธแม่ย่าศรีปทุมมา ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มาก็หวังเรื่องของโชคลาภกันส่วนหนึ่ง

หลังจากนักท่องเที่ยวได้จัดเตรียมเครื่องไหว้ปู่เสร็จแล้ว ก็เดินเข้าสู่เกาะคำชะโนดหลังจากไหว้ปู่ศรีสุทโธแล้วขอพรขอความเป็นสิริมงคล แล้วก็เดินเข้าไปบริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ทำเอาทางเข้าบริเวณนั้นแคบลงทันที ต่างคนก็มุ่งหวังเพื่อหาเลขเด็ด โดยการใช้แป้งทาลูบไปมาตามต้นมะเดื่อยักษ์ แล้วใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปไหว้เพื่อหาตัวเลขเด็ด ซึ่งแต่ละคนจะเห็นไม่เหมือนกัน บางคนก็เห็น 53,63,32

ในขณะที่ทุกคนต่างกำลังหาเลขเด็ดตามต้นมะเดื่ออยู่นั้น มีคนทักว่าให้ระวังตุ๊กแก 2 ตัว อยู่ในซอกต้นมะเดื่อ ตุ๊กแกตัวหนึ่งหันหัวขึ้นอีกตัวหนึ่งมีขนาดใหญ่หันหัวลง และบริเวณใกล้กับปากตุ๊กแกพบเลขเด็ดมองเห็นตัวเลขเด่นชัดมากคือเลข ๗ เป็นเลขไทยแต่อีกตัวอื่นไม่เห็น คอหวยตีเป็นเลขเด็ด 87,89

ทั้งนี้ หลังจากคอหวยนักเสี่ยงโชคได้หวยแล้วก็ออกมาด้านนอก ซึ่งก่อนเดินทางกลับบ้านได้ซื้อเลขเด็ดที่แผงขายลอตเตอรี่ติดไม้ติดมือไปด้วย

ที่มา :  kapook

สุดวิจิตร…โรงพยาบาลศิริราช จัดแสดงแสง สี สื่อผสม ร.๙ แสงนำใจไทย

 

         โรงพยาบาลศิริราชจัดงาน ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ร่วมร้องเพลงความฝันอันสูงสุด ประกอบการแสดง แสง สี สื่อผสม ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แสงแห่งแผ่นดิน ตราบนิจนิรันดร์ วันที่ 13 ตุลาคม 2560 โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดงาน ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 05.30 น. เป็นต้นมา

กระทั่งเวลา 18.30 เป็นต้นมา ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลผู้ถวายงาน บุคลากรศิริราช จำนวน 420 คน ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดประกอบการแสดงแสง สี สื่อผสม ในชุด “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แสงแห่งแผ่นดิน ตราบนิจนิรันดร์” และมีการแสดงแสงสีฟ้ารูปเลข ๙ อีกทั้งมีการยิงแสงสีแดง ขาว น้ำเงิน จากตึก 72 ปี อีกด้วย

 

 

ที่มา :  kapook

 

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ลำดับเหตุการณ์ 13 ตุลาคม วันสวรรคต ในหลวง ร.9

        วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นวันที่ประชาชนคนไทยต่างมีความรู้สึกโศกเศร้าอาลัยกันถ้วนหน้า เมื่อสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสวรรคตเมื่อเวลา ๑๕.๕๒ น. นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่คนไทยมิอาจลืมเลือน เพราะนอกจากพระองค์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจคนไทยทั้งชาติแล้ว พระองค์ยังทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” อันเป็นที่รักยิ่งของลูกหลานไทยทุกคน โดยการนี้จึงขอย้อนรำลึกเหตุการณ์ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จสู่สวรรคาลัย” ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ มา ณ ที่นี้

สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจแต่งกายสวมเสื้อสีชมพูและสีเหลือง เดินทางมาที่บริเวณศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี ร่วมกันสวดมนต์โพชฌังคปริตร เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” จนดังกึกก้อง

 

๐๗.๐๐ น. เสียงสวดมนต์ดังกระหึ่มโรงพยาบาลศิริราช

บรรยากาศที่ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงเช้า พสกนิกรไทยพร้อมใจกันมาสักการะสวดมนต์ ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายพระพรชัยมงคลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พสกนิกรบางส่วนยังได้บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนั่งสวดมนต์อย่างสงบ ด้วยการหันหน้าไปยังตึกที่ประทับ ขณะเดียวกัน ภายในโรงพยาบาลศิริราชยังได้เปิดเพลงเกี่ยวกับพ่อ ขับร้องโดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินนักร้องชื่อดังอีกด้วย

๑๔.๒๐ น. บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบงัน

สำนักพระราชวังประกาศงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมขอให้ประชาชนนับร้อยคนเคลื่อนย้ายออกจากศาลาฯ บรรยากาศรอบตัวเริ่มหม่นหมอง พสกนิกรไทยเฝ้าแต่ภาวนาเงียบๆ อยู่ในใจให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด แต่เสียงสวดมนต์ที่โรงพยาบาลศิริราชนั้นกลับดังกึกก้องมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อส่งกำลังใจให้พระองค์

๑๘.๔๗ น. ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรยังคงทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที ของวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

๑๘.๕๒ น. เสียงร่ำไห้สะท้านสะเทือนแผ่นดินไทย

เมื่อสิ้นเสียงประกาศแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ทุกอย่างเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่พสกนิกรไทยจะร่ำไห้กันระงมโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนทั่วประเทศเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความอาลัย ที่ต้องสูญเสีย “พ่อ” ผู้เป็นที่รักยิ่งในดวงใจไป

๑๙.๐๐ น. นายกฯ แถลงผ่านโทรทัศน์ ถือเป็นวันวิปโยคครั้งใหญ่ของชาวไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ระบุว่า วันที่ปวงชนชาวไทยไม่แม้แต่จะนึกคิด ไม่แม้แต่จะปรารถนาได้มาถึง ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ นับแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙

๒๑.๔๐ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ขอร่วมทำพระทัยกับประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารฯ ได้ทรงรับสั่งไว้ว่า พระองค์ท่านทรงรับพระราชทานเป็นองค์รัชทายาทอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ทรงขอเวลาทำพระทัยและแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนทั้งประเทศไปก่อนในระยะเวลานี้ และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจะทรงปฏิบัติหน้าที่องค์รัชทายาทในส่วนของพระราชภารกิจต่างๆ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจและไม่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย

๒๓.๑๐ น. พสกนิกรไทยขออยู่ใกล้พ่อในวาระสุดท้าย

บรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนแน่นขนัด แม้หลายคนจะเข้าไปยังบริเวณโรงพยาบาลไม่ได้ แต่ก็ยังคงปักหลักอยู่บริเวณโดยรอบเพื่อขอให้ได้อยู่ใกล้ “พ่อ” เป็นครั้งสุดท้าย ในค่ำคืนอันแสนหม่นหมองนี้

๐๘.๓๐ น. ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ

ประชาชนจำนวนมากเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด ในแววตาของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความอาลัยให้กับองค์พระประมุขที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

๑๐.๐๐ น. ถนนทุกสายคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งสองฟากฝั่งเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ

ตลอดเส้นทางที่ขบวนอัญเชิญพระบรมศพจะต้องเคลื่อนผ่าน นับตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ต่างมีประชาชนมาจับจองที่นั่งเต็มทั้งสองฟากฝั่ง เพื่อเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ แม้อากาศจะร้อนแต่ใจของทุกคนนั้นกลับมุ่งมั่นไม่ท้อถอย ขอเพียงให้ได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด

๑๕.๕๖ น. เริ่มเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระบรมศพ

ขบวนอัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช สู่พระบรมมหาราชวัง โดยรถตู้ทะเบียน ๑ด๐๙๒๙ ซึ่งรถของสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นำขบวนอัญเชิญพระบรมศพฯ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จตามพระบรมศพ ตลอดเส้นทาง มีกำลังพล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวน ๒,๒๐๖ นาย ถวายการรักษาความปลอดภัย

สองข้างทางมีพสกนิกรที่มาเฝ้าสองข้างทางนับแสนคน หมอบกราบลงกับพื้น ตลอดเส้นทางของการเคลื่อนพระบรมศพออกจาก รพ.ศิริราช เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย บ่งบอกถึงความอาลัยจากทุกดวงใจแด่ ธ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

 

 

 

ที่มา :  sanook

 

ภาพล่าสุด พิ้งกี้และคุณแม่ เดินทางไปกราบพ่อหลวง

ภาพล่าสุด พิ้งกี้และคุณแม่ เดินทางไปกราบพ่อหลวง

          ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องเตียงหักของคู่ นางเอกสาวหน้าคม พิ้งกี้ สาวิกา และสามีไฮโซ เพชร อิทธิที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัว ซึ่งทางด้านสามีพิ้งกี้ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดแล้วว่า “ขอเป็นคนสุดท้ายที่ให้ถ้อยความนะครับ” ซึ่งนั่นก็คือต้องรอให้พิ้งกี้ออกมาพูดก่อนนั่นเอง

ซึ่งล่าสุด (11 ต.ค.) ก็ได้มีภาพพิ้งกี้ และคุณแม่อ้อย เดินทางไปกราบพระบรมศพ รัชกาลที่9 กับพี่คนสนิท และแคปชั่นที่เขียนไว้ว่า “คิดถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน #ธสถิตในดวงใจนิรันดร์ #พระราชาของประชาชน” และนี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของพิ้งกี้ หลังจากที่แฟนๆ เฝ้ารอว่าเธอจะออกมาพูดเรื่องความรักว่าอย่างไร

 

 

ที่มา : sanook